Forza Horizon 6

Forza Horizon 6

เตรียมตัวให้พร้อม เพราะเทศกาลความเร็วระดับโลกกำลังจะพุ่งทะยานสู่ดินแดนอาทิตย์อุทัย! ในที่สุดการรอคอยที่ยาวนานกว่า 5 ปีก็สิ้นสุดลง เมื่อ Playground Games และ Xbox Game Studios ประกาศเปิดตัว Forza Horizon 6 อย่างเป็นทางการ โดยครั้งนี้พวกเขาพาทุกคนไปเยือน “ประเทศญี่ปุ่น” จุดหมายปลายทางที่แฟนเกมทั่วโลกโหยหามากที่สุดนี่คือรีวิวเจาะลึกที่จะพาคุณไปดูว่า ทำไมถึงไม่ใช่แค่เกมแข่งรถธรรมดา แต่เป็น “จดหมายรัก” ถึงคนรักรถทุกคนครับ


ในภาคนี้ เราจะได้รับบทเป็นนักแข่งดาวรุ่งที่เดินทางมายังญี่ปุ่นในฐานะ “นักท่องเที่ยว” เพื่อเข้าร่วมเทศกาล Horizon Festival ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ถนนสายแสงสีในโตเกียว ไปจนถึงภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะภารกิจของคุณคือการสะสม Wristbands (สายรัดข้อมือ) ทั้ง 7 สีเพื่อไต่เต้าจากมือสมัครเล่นขึ้นไปสู่ระดับสูง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการปลดล็อก “Legend Island” เกาะส่วนตัวสำหรับเหล่านักแข่งระดับพระกาฬเท่านั้น ซึ่งที่นั่นจะมีสนามแข่งที่ยาวและท้าทายที่สุดในประวัติศาสตร์ของซีรีส์รอคุณอยู่!


Forza Horizon 6

1. แผนที่ญี่ปุ่นที่กว้างใหญ่และสมจริงที่สุด

ตัวเกมภาคนี้มาพร้อมแผนที่ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ไฮไลต์สำคัญคือ โตเกียว (Tokyo) ที่ถูกเนรมิตขึ้นมาให้มีขนาดใหญ่กว่าเมืองในภาคก่อนๆ ถึง 5 เท่า! คุณจะได้ดริฟต์รถผ่านย่านชิบูย่า (Shibuya) หรือซิ่งผ่านโตเกียวทาวเวอร์ท่ามกลางแสงไฟนีออนที่สะท้อนเงาบนถนนเปียกๆ ด้วยเทคโนโลยี Ray Tracing ที่สมจริงจนแยกไม่ออก

2. วัฒนธรรมรถซิ่ง JDM แบบจัดเต็ม

หากคุณเป็นแฟนรถญี่ปุ่น (JDM) นี่คือสวรรค์ครับ ตัวเกมมาพร้อมรถกว่า 550 คันตั้งแต่วันแรก พร้อมระบบแต่งรถที่อัปเกรดขึ้นมาก เช่น:

  • Window Liveries: ติดสติกเกอร์ที่กระจกรถได้แล้ว (ฟีเจอร์ที่แฟนๆ เรียกร้องมานาน!)
  • Customizable Garages: โรงรถไม่ได้มีไว้แค่เก็บรถ แต่คุณสามารถตกแต่งโชว์รูมส่วนตัวเพื่ออวดเพื่อนๆ ได้
  • Touge Battles: การแข่ง 1v1 บนทางเขาสุดระทึกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งรถบนเขาในญี่ปุ่นจริงๆ

3. ระบบ Social ที่ไร้รอยต่อ (Car Meets)

บอกลาเมนูที่น่าเบื่อไปได้เลย เพราะในภาคนี้จะมีจุด Car Meets กระจายอยู่ทั่วแผนที่ (เช่น ลานจอดรถไดโกคุที่โด่งดัง) ให้คุณขับรถเข้าไปรวมตัวกับผู้เล่นคนอื่นได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านหน้า Load Screen สามารถเดินดูรถเพื่อน ซื้อรถจากผู้เล่นอื่น หรือเริ่มแข่ง Drag ได้ทันที


  • พลังแห่งฤดูกาล: ซากุระบานจนถึงหิมะโปรย

ระบบฤดูกาลกลับมาอย่างทรงพลังกว่าเดิม ในฤดูใบไม้ผลิคุณจะเห็นกลีบซากุระร่วงโรยตามแรงลมเมื่อขับรถผ่าน และในฤดูหนาว ทางตอนเหนือของแผนที่อย่างภูเขาฮารุนะ (Mt. Haruna) จะมีหิมะปกคลุมตลอดปี ทำให้ฟิลลิ่งการขับขี่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

  • Horizon CoLab: สร้างสนามแข่งไปพร้อมกับเพื่อน

ระบบ EventLab ถูกอัปเกรดเป็น CoLab ที่อนุญาตให้คุณและเพื่อนช่วยกันวางวัตถุ สร้างด่าน หรือออกแบบกฎกติกาการเล่นได้แบบ Real-time ช่วยให้การสร้างคอนเทนต์สนุกและสร้างสรรค์ขึ้นหลายเท่าตัว

  • เสียงที่ “มีชีวิต”: ความสมจริงระดับ Next-Gen

Playground Games ลงทุนอัดเสียงเครื่องยนต์ใหม่ทั้งหมด โดยใช้ระบบ Triton Acoustics ที่จำลองการสะท้อนของเสียงตามสภาพแวดล้อม เช่น เสียงท่อไอเสียที่ก้องกังวานในอุโมงค์โตเกียว หรือเสียงเทอร์โบที่ชัดเจนจนคุณต้องใส่หูฟังเล่น


คือการยกระดับเกมแนว Open-world Racing ไปอีกขั้น มันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนที่ขับรถ แต่เป็นการนำเอา “วัฒนธรรม” และ “บรรยากาศ” ของญี่ปุ่นมาใส่ไว้ในเกมได้อย่างลงตัว ทั้งงานภาพระดับ Masterpiece และระบบการเล่นที่เข้าถึงง่ายแต่มีความลึก

วันวางจำหน่าย: 19 พฤษภาคม 2026 (หรือ 15 พฤษภาคม สำหรับ Premium Edition)

แพลตฟอร์ม: Xbox Series X|S, PC (และตามมาบน PS5 ปลายปีนี้)

Game Pass: เล่นได้ตั้งแต่วันแรก (Day One)!

Gemini’s Take: ถ้าคุณมีจอยอยู่ในมือ และมีความฝันอยากซิ่งรถผ่านถนนสีนีออนในญี่ปุ่น นี่คือเกมที่คุณ “ต้อง” มีติดเครื่องไว้ครับ! ใครพร้อมแล้ว เจอกันที่เทศกาล Horizon นะครับ! 🏎️💨