Luca – ลูก้า

Luca

รีวิว Luca (ลูก้า) แอนิเมชันฟีลกู๊ดจาก Pixar ที่จะพาคุณย้อนวัยไปรับลมร้อนที่อิตาลีถ้าคุณกำลังมองหาภาพยนตร์แอนิเมชันที่จะช่วยฮีลใจในวันที่เหนื่อยล้า หรืออยากได้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ขอบอกเลยว่าห้ามพลาด “Luca” (ลูก้า) แอนิเมชันรสชาติกลมกล่อมจากบ้าน พิกซาร์ แอนิเมชัน สตูดิโอส์ (Pixar Animation Studios) เด็ดขาด! เพราะนี่ไม่ใช่แค่การ์ตูนเด็กธรรมดาๆ แต่เป็นบันทึกการเดินทางของมิตรภาพ ความฝัน และการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองที่อ่านแล้วต้องยิ้มตามแน่นอน


  • สตูดิโอผู้สร้าง: Pixar Animation Studios (ร่วมกับ Walt Disney Pictures)
  • ผู้กำกับ: เอ็นริโก คาซาโรซา (Enrico Casarosa) ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กของเขาเองในประเทศอิตาลี
  • ความยาว: 95 นาที
  • ช่องทางการรับชม: Disney+ Hotstar

เรื่องราวเกิดขึ้นในริเวียร่า (Riviera) ชายฝั่งทะเลอันงดงามของประเทศอิตาลี “ลูก้า พากูโร” (Luca Paguro) สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล หรือที่ชาวเมืองเรียกกันว่า “พรายทะเล” (Sea Monster) เขาเป็นเด็กชายขี้อายที่ถูกปลูกฝังมาตลอดว่าโลกบนบกนั้นอันตรายและเต็มไปด้วยมนุษย์ใจร้ายที่จ้องจะล่าพวกเขา

แต่จุดเปลี่ยนก็มาถึงเมื่อลูก้าได้พบกับ “อัลเบอร์โต สกอร์ฟาโน” (Alberto Scorfano) พรายทะเลรุ่นพี่จอมซ่าที่ใช้ชีวิตอยู่บนบกจนเชี่ยวชาญ อัลเบอร์โตได้โชว์ความลับสุดยอดให้ลูก้าเห็นว่า “เมื่อพรายทะเลขึ้นมาบนบกและตัวแห้ง ร่างกายจะเปลี่ยนไปเป็นมนุษย์ 100% แต่ถ้าโดนน้ำแม้แต่นิดเดียว ร่างกายส่วนนั้นจะกลับคืนร่างเดิมทันที!”

ความตื่นตาตื่นใจนี้ทำให้ลูก้าตัดสินใจหนีออกจากบ้านใต้ทะเล แอบขึ้นมาใช้ชีวิตบนบกกับอัลเบอร์โต ทั้งคู่เดินทางเข้าสู่เมือง “พอร์โตรอสโซ” (Portorosso) เมืองชายฝั่งเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยผู้คน (และพาสต้า!) เพื่อทำตามความฝันที่อยากจะมีรถสกู๊ตเตอร์ “เวสป้า” (Vespa) เป็นของตัวเองเพื่อออกเดินทางท่องโลกกว้าง จนกระทั่งพวกเขาได้พบกับ “จูเลีย” (Giulia) เด็กสาวมนุษย์จอมแก่นที่ชวนพวกเขาเข้าร่วมการแข่งขันไตรกีฬาประจำเมือง เรื่องราวความสนุกและการซ่อนความลับไม่ให้ตัวเปียกน้ำจึงเริ่มต้นขึ้น!


Luca

1. “Silenzio Bruno!” คาถาปลุกความกล้าในวันที่เราปอดแหก

หนึ่งในฉากที่น่าประทับใจที่สุดคือตอนที่ลูก้ากลัวที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ แล้วอัลเบอร์โตรวมถึงสอนให้เขาตะโกนคำว่า “Silenzio Bruno!” (เงียบไปเลย บรูโน่!) ซึ่งคำว่า “บรูโน่” ในที่นี้คือเสียงในหัวของเราที่คอยบอกว่า “นายทำไม่ได้หรอก” หรือ “มันอันตรายนะ” ข้อคิดนี้กินใจคนอ่านและคนดูมากๆ เพราะในชีวิตจริง เราทุกคนล้วนมีบรูโน่ในหัวที่คอยฉุดรั้งเราไว้ แอนิเมชันเรื่องนี้เลยเหมือนมาสะกิดบอกเราว่า “ช่างหัวมันแล้วลุยเลย!”

2. มิตรภาพบริสุทธิ์ของ “แก๊งสามทหารเสืออันเดอร์ด็อก”

เคมีระหว่าง ลูก้า, อัลเบอร์โต และจูเลีย เป็นอะไรที่ลงตัวและทัชใจสุดๆ ทั้งสามคนต่างเป็น “คนนอก” (Outsiders) ในสังคมของตัวเอง ลูก้าเป็นพรายทะเลขี้กลัว, อัลเบอร์โตเป็นเด็กที่ขาดความอบอุ่นและถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง, ส่วนจูเลียก็เป็นเด็กผู้หญิงแปลกแยกที่ไม่มีใครยอมรับในเมือง เมื่อคนเหงาและคนแปลกหน้ามาเจอกัน มันจึงกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ช่วยเติมเต็ม เติบโต และซัพพอร์ตความฝันของกันและกันอย่างไม่มีเงื่อนไข

3. งานภาพสไตล์พาสเทลอิตาลี ที่ดูแล้วอยากเก็บกระเป๋าไปเที่ยว

ลืมงานภาพแบบสมจริงละเอียดยิบที่ดูเคร่งเครียดไปได้เลย เพราะ Luca มาพร้อมกับลายเส้นที่มีความคล้ายคลึงกับแอนิเมชันของ Studio Ghibli ผสมผสานกับเทคนิคเฉพาะตัวของ Pixar เมืองพอร์โตรอสโซถูกย้อมไปด้วยโทนสีพาสเทลอบอุ่น แสงแดดสีทอง ทะเลสีคราม และตึกรามบ้านช่องสไตล์อิตาลียุค 1950s-1960s ทุกเฟรมในภาพยนตร์เรื่องนี้ดูแล้วสบายตา เหมือนเรากำลังได้นั่งพักผ่อนสูดกลิ่นอายทะเลอิตาลีอยู่จริงๆ

4. ประเด็น “ความต่าง” ที่ถูกเล่าอย่างนุ่มนวล

การเป็นพรายทะเลที่ต้องซ่อนตัวตนจากมนุษย์ เป็นการเปรียบเปรยที่ลึกซึ้งถึงกลุ่มคนที่รู้สึกว่าตัวเอง “แตกต่าง” จากคนอื่นในสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปลักษณ์, ตัวตน หรือเพศสภาพ ภาพยนตร์เรื่องนี้สอนเราเกี่ยวกับการยอมรับความแตกต่าง (Acceptance) ทั้งการยอมรับตัวเองและการที่สังคมเปิดใจยอมรับผู้อื่น โดยเล่าผ่านวิธีที่เข้าใจง่าย ไม่ยัดเยียด แต่ชวนให้น้ำตาซึมได้ง่ายๆ ในตอนท้าย


สรุปภาพรวม: ลูก้า คือแอนิเมชันที่เปรียบเสมือนไอศกรีมเจลาโต้รสชาติหวานละมุนในวันแดดจัด มันอาจจะไม่ได้มีเนื้อหาที่หักมุมซับซ้อนอลังการเหมือนภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของ Pixar แต่ความเรียบง่าย ทรงพลัง และฟีลกู๊ดของมันนี่แหละ ที่จะทำให้คุณดูจบพร้อมรอยยิ้มอิ่มเอมใจ และอยากจะหันไปกอดเพื่อนสนิทสักครั้งหลังดูจบ!

คะแนนรีวิวจากเรา: 9/10 (หัก 1 คะแนนฐานที่ดูจบแล้วหิวพาสต้ากับเจลาโต้ไม่ไหว!)