Beauty and the Beast – โฉมงามกับเจ้าชายอสูร

โฉมงามกับเจ้าชายอสูร

รีวิว  โฉมงามกับเจ้าชายอสูร นิยามของรักแท้ที่มองทะลุผ่านรูปลักษณ์ภายนอกหากพูดถึงภาพยนตร์อนิเมชั่นคลาสสิกที่ยังคงอยู่ในใจของผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ชื่อของ Beauty and the Beast จะต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน นี่ยังเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการอนิเมชั่น และวันนี้เราจะพาทุกคนย้อนกลับไปเจาะลึกกันว่า อะไรที่ทำให้เรื่องราวของหญิงสาวชาวบ้านกับอสูรผู้น่ากลัวกลายเป็นตำนานที่ไม่มีวันตาย


  • ผู้สร้าง/สตูดิโอ: Walt Disney Animation Studios
  • ผู้กำกับ: Gary Trousdale และ Kirk Wise
  • ประพันธ์ดนตรี: Alan Menken และ Howard Ashman
  • ความยาว: 84 นาที
  • ช่องทางการรับชมในปัจจุบัน: Disney+ Hotstar

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เจ้าชาย ผู้เอาแต่ใจและไร้ความเมตตา ถูกแม่มดปลอมตัวมาทดสอบจิตใจ และเมื่อเขาปฏิเสธที่จะให้ที่พักแก่เธอ เธอจึงสาปเขาให้กลายเป็น อสูร (Beast) ผู้น่าเกลียดน่ากลัว พร้อมทั้งสาปให้ข้ารับใช้ในปราสาทกลายเป็นสิ่งของเครื่องใช้ มีเพียงวิธีเดียวที่จะแก้คำสาปนี้ได้ คือเขาต้องเรียนรู้ที่จะรักใครสักคนจากหัวใจ และได้รับรักตอบก่อนที่กลีบกุหลาบเวทมนตร์กลีบสุดท้ายจะร่วงโรย

วันเวลาผ่านไป เบลล์ (Belle) หญิงสาวผู้รักการอ่านและฉลาดเฉลียวในหมู่บ้านเล็ก ๆ ต้องจำใจยอมถูกกักขังในปราสาทของอสูรเพื่อแลกกับอิสรภาพของพ่อ จากความกลัวและความขัดแย้งในตอนแรก ทั้งคู่เริ่มเปิดใจให้กันผ่านเสียงเพลง การอ่านหนังสือ และความห่วงใย จนกระทั่งความผูกพันเริ่มก่อตัวขึ้น ทว่าเวลาของกุหลาบเวทมนตร์กำลังจะหมดลง พร้อมกับการคุกคามจาก แกสตอง (Gaston) ชายหนุ่มหลงตัวเองที่หวังจะทำลายอสูรเพื่อแย่งชิงเบลล์มาเป็นของตน


1. “เบลล์” เจ้าหญิงดิสนีย์ยุคบุกเบิกที่เป็นมากกว่าแค่คนรอความช่วยเหลือ

แตกต่างจากเจ้าหญิงยุคเก่าที่มักจะรอคอยเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย เบลล์คือตัวแทนของหญิงสาวยุคใหม่ (ในเวลานั้น) เธอรักการอ่าน มีความคิดเป็นของตัวเอง กล้าหาญ และเด็ดเดี่ยว ความสวยของเธอไม่ได้อยู่แค่ภายนอก แต่อยู่ที่สติปัญญาและจิตใจที่มองเห็นความดีงามในตัวผู้อื่น ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนดูตกหลุมรักเธอได้ไม่ยาก

2. พัฒนาการของตัวละคร “อสูร” ที่จับต้องได้

เราจะได้เห็นการเติบโตของอสูร จากสิ่งมีชีวิตที่เกรี้ยวกราด เอาแต่ใจ และเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะอ่อนโยน อดทน และเสียสละเพื่อคนที่ตัวเองรักผ่านการใช้เวลาร่วมกับเบลล์ ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูสมเหตุสมผลและโรแมนติกอย่างลึกซึ้ง

3. เหล่าข้ารับใช้จอมขโมยซีน

สีสันที่ขาดไม่ได้เลยคือบรรดาข้ารับใช้ที่ถูกสาปให้เป็นสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็น ลูมิแยร์ (Lumiere) เชิงเทียนผู้นำแฟชั่นและร่าเริง, ค็อกส์เวิร์ธ (Cogsworth) นาฬิกาตั้งโต๊ะสุดเนี๊ยบ, มิสซิสพ็อตส์ (Mrs. Potts) กาน้ำชาผู้อบอุ่น และ ชิป (Chip) ถ้วยชาตัวน้อย พวกเขาไม่ได้มาแค่มุกตลก แต่เป็นกาวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนความรักของพระนาง

4. บทเพลงระดับรางวัลออสการ์ที่ฟังเมื่อไหร่ก็ขนลุก

ดนตรีและเพลงประกอบโดย Alan Menken และ Howard Ashman คือหัวใจหลักของเรื่อง เพลงอย่าง “Beauty and the Beast”, “Be Our Guest” หรือ “Belle” ไม่ใช่แค่เพลงคั่นเวลา แต่มันทำหน้าที่เล่าเรื่องราวอารมณ์ของตัวละครได้อย่างไร้ที่ติ และยังคงเป็นเพลย์ลิสต์คลาสสิกมาจนถึงทุกวันนี้


รู้หรือไม่ว่า Beauty and the Beast (1991) เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง รางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture) ซึ่งในยุคนั้นยังไม่มีการแยกสาขาอนิเมชั่นยอดเยี่ยมเหมือนในปัจจุบัน! นี่คือข้อพิสูจน์ว่าคุณภาพของเนื้อหาและงานสร้างนั้นยอดเยี่ยมเทียบเท่าภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั่วไปเลยทีเดียว


สิ่งที่ทำให้ Beauty and the Beast พิเศษกว่าเทพนิยายเรื่องอื่น คือการส่งสารที่ทรงพลังเกี่ยวกับ “การมองข้ามรูปลักษณ์ภายนอก” อนิเมชั่นเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนระหว่าง แกสตอง ชายหนุ่มที่รูปงามภายนอกแต่จิตใจสกปรก เต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว กับ อสูร ที่แม้ภายนอกจะดูน่ากลัว แต่ภายในกลับซ่อนความอ่อนโยนและความจริงใจเอาไว้

งานภาพลายเส้นแบบแฮนด์ดรอว์น (Hand-drawn Animation) ผสมผสานกับการใช้ CGI ยุคแรก (ในฉากเต้นรำสุดคลาสสิก) ยังคงดูสวยงาม สบายตา และมีมนต์ขลังที่อนิเมชั่นยุคใหม่ ๆ ยอดนิยมบางเรื่องก็ไม่สามารถทดแทนความรู้สึกอบอุ่นแบบนี้ได้


 

ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กที่เพิ่งเคยดูครั้งแรก หรือเป็นผู้ใหญ่ที่อยากย้อนวันวาน Beauty and the Beast เวอร์ชันอนิเมชั่นปี 1991 คือผลงานชิ้นเอกที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง มันเต็มไปด้วยความสนุก เสียงหัวเราะ ความซาบซึ้ง และข้อคิดดี ๆ ที่จะทำให้คุณอิ่มเอมหัวใจไปอีกนานครับ!