[Review] Shattered Divinities เมื่อทวยเทพล่มสลาย สู่มหากาพย์ Metroidvania สุดเดือดที่คุณไม่ควรพลาด!ถ้าคุณเป็นคอเกมแนว Metroidvania ที่หลงใหลในความท้าทาย งานภาพที่มีเอกลักษณ์ และเนื้อเรื่องที่ลุ่มลึก ชวนให้ค้นหาคำตอบ เชื่อได้เลยว่าชื่อของจะต้องกลายมาเป็นหนึ่งในเกมโปรดในใจคุณอย่างแน่นอนวันนี้เราจะพาทุกคนดำดิ่งลงสู่ดินแดนอันล่มสลาย ที่ซึ่งผืนดินเคยถูกปกครองด้วยอำนาจแห่งพระเจ้า แต่บัดนี้เหลือเพียงเศษซากและเสียงกรีดร้อง… มาดูกันว่าทำไมเกมนี้ถึงกลายเป็นกระแสที่เกมเมอร์ทั่วโลกกำลังพูดถึง!
เป็นผลงานชิ้นโบแดงจาก Aetherbound Studios สตูดิโออินดี้น้องใหม่แต่ฝีมือระดับเก๋า ที่รวบรวมเอานักพัฒนาผู้คลั่งไคล้ในเกมแนวสำรวจและเกมนิยายปรัมปรา (Mythology) มารวมตัวกัน พวกเขาตั้งใจปรุงแต่งเกมนี้ให้ออกมาเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความยากที่ท้าทายแบบ Dark Souls และการสำรวจโลกที่อิสระแบบ Castlevania จนกลายมาเป็นงานศิลปะที่จับต้องได้ในรูปแบบวิดีโอเกม
เนื้อเรื่องย่อ: เมื่อสรวงสวรรค์พังทลาย และความหวังสุดท้ายอยู่ในมือคุณ
เรื่องราวในเกมเกิดขึ้นในดินแดน “เอลิเซียม” (Elysium) โลกที่เคยสงบสุขภายใต้การปกครองของทวยเทพทั้งห้า แต่แล้วเหตุการณ์ปริศนาที่เรียกว่า “The Divine Fracture” ก็ได้อุบัติขึ้น เมื่อพลังงานมืดลึกลับได้เข้ากัดกินจิตใจของเหล่าเทพ ทำให้พวกเขากระจัดกระจาย คลุ้มคลั่ง และหันมาเข่นฆ่ากันเองจนสรวงสวรรค์ล่มสลายลงสู่พื้นพิภพ
เราจะได้สะพัดบทบาทเป็น “The Vessel” (ภาชนะแห่งแสง) ร่างทรงไร้นามที่ตื่นขึ้นมาจากเถ้าถ่าน พร้อมกับภารกิจสุดยิ่งใหญ่ (และโหดหิน) นั่นคือการออกเดินทางไปในดินแดนอันบิดเบี้ยว เพื่อปลดปล่อย (หรือกำจัด) เหล่าเทพที่กำลังบ้าคลั่ง นำเศษเสี้ยวแห่งอำนาจศักดิ์สิทธิ์ (Divine Shards) กลับคืนมา และเปิดโปงความจริงว่า… ใครกันแน่คือผู้อยู่เบื้องหลังการล่มสลายครั้งนี้?

1. ระบบจำลองเทพ (God-Absorbing System) ที่โคตรทรงพลัง!
นี่คือทีเด็ดของเกมนี้เลยครับ! ทุกครั้งที่คุณสามารถล้มบอสใหญ่ที่เป็น “อดีตเทพ” ลงได้ คุณจะไม่ใช่แค่ได้ไอเทมทั่วไป แต่คุณจะได้ “สูบกลืน” พลังของเทพองค์นั้นมาเป็นของตัวเอง เช่น เมื่อล้มเทพแห่งสายลม คุณจะได้รับความสามารถในการ Dash กลางอากาศและเข้าถึงพื้นที่ใหม่ๆ หรือถ้าล้มเทพแห่งเพลิง คุณจะได้พลังโจมตีที่เผาไหม้ศัตรูให้เป็นจุล ระบบนี้ทำให้การพัฒนาของตัวละครเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องอย่างสมบูรณ์แบบ ยิ่งเล่นยิ่งเก่ง ยิ่งเล่นยิ่งสะใจ!
2. งานภาพ Dark Fantasy สวยสะกดตา และเพลงประกอบสุดหลอน
Aetherbound Studios เลือกใช้งานภาพสไตล์ 2D Hand-Drawn (วาดด้วยมือ) ที่ผสมผสานความหม่นหมองแบบ Dark Fantasy และความอลังการของสิ่งก่อสร้างสไตล์โกธิคได้อย่างลงตัว ฉากหลังของเกมมีมิติ ลึกลับ และน่าขนลุก ในขณะที่เพลงประกอบถูกเรียบเรียงด้วยวงออเคสตรา ผสมเสียงสวดมนต์สไตล์โบราณ บอกเลยว่าตอนสู้กับบอส เพลงบิ้วต์จนขนลุก อะดรีนาลีนหลั่งพุ่งพล่านแน่นอน
3. แผนที่เขาวงกตที่ซ่อนความลับไว้ทุกตารางนิ้ว
ขึ้นชื่อว่าเป็น Metroidvania แผนที่ของเกมนี้ออกแบบมาได้ชาญฉลาดมาก มันเต็มไปด้วยทางลัด (Shortcuts) ห้องลับ และบอสลับที่คุณอาจจะพลาดไปง่ายๆ ถ้าไม่สังเกตให้ดี การออกแบบเลเวลทำออกมาให้เราต้องร้อง “อ๋อ!” ทุกครั้งที่ปลดล็อกประตูบานเก่าจากอีกฝั่งหนึ่ง เป็นความฟินที่คนชอบเกมแนวสำรวจถวิลหา
Tips สำหรับผู้เล่นใหม่: อย่าเพิ่งท้อถ้าตายบ่อยในช่วงแรก! เกมนี้เน้นการจับจังหวะศัตรูและการจัดเซ็ตติ้งพลัง (Loadout) ให้เข้ากับบอสแต่ละตัว ลองเปลี่ยนสไตล์การเล่นดู แล้วคุณจะพบว่าไม่มีกำแพงไหนที่พังไม่ได้!
ไม่ใช่แค่เกมแอ็กชันลุยด่านธรรมดา แต่มันคืองานศิลปะที่ผสมผสานเกมเพลย์สุดระทึกเข้ากับเนื้อเรื่องที่น่าติดตามอย่างลงตัว แม้ว่าระดับความยากอาจจะทำให้ผู้เล่นมือใหม่ต้องปาดเหงื่ออยู่บ้าง แต่ความสำเร็จหลังจากล้มบอสได้นั้น มันช่างหอมหวานและคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปจริงๆหากคุณกำลังมองหาเกมแนว Metroidvania น้ำดีที่จะมาดูดเวลาชีวิตของคุณไปหลายสิบชั่วโมง เกมนี้คือคำตอบที่ไม่ต้องคิดซ้ำเลยครับ!
คะแนนรีวิวจากเรา: 🏆 9/10 (หักนิดหน่อยตรงที่บางฉากมืดไปนิดจนมองไม่เห็นกับดัก!)
แล้วคุณล่ะ? พร้อมที่จะไปพิชิตเหล่าทวยเทพและกอบกู้โลกใบนี้แล้วหรือยัง? คอมเมนต์บอกเราหน่อยนะ!
