Phasmophobia เตรียมเปิดให้สร้างตัวละครเองในอัปเดตใหม่ต้นเดือน พ.ค. นี้

Phasmophobia

เตรียมตัวสวมบทนักล่าผี! Phasmophobia จ่ออัปเดตใหญ่ เปิดระบบสร้างตัวละคร (Customization) ต้นเดือน พ.ค. นี้หากพูดถึงเกมแนวสยองขวัญที่ครองใจผู้เล่นทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ชื่อของ Phasmophobia จากสตูดิโอ Kinetic Games จะต้องติดอยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ ด้วยระบบการเล่นแบบ Co-op ที่เน้นการสืบสวนและบรรยากาศที่ชวนขนหัวลุก ล่าสุดมีข่าวดีสำหรับแฟนเกมที่รอคอยความสดใหม่ เพราะในอัปเดตใหม่ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ทางผู้พัฒนาเตรียมปล่อยระบบ หรือการสร้างและปรับแต่งตัวละครเองได้เป็นครั้งแรก!วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่าอัปเดตนี้มีอะไรน่าสนใจ และทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดการกลับไปเช็คอินในบ้านผีสิงอีกครั้ง


ในคุณจะได้รับบทเป็นสมาชิกของกลุ่มนักล่าผีอิสระ (Ghost Hunters) ที่ต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย โรงเรียนร้าง หรือโรงพยาบาลประสาท หน้าที่ของคุณไม่ใช่การ “ปราบผี” แบบในหนังแอ็กชัน แต่คือการ “สืบสวน” และ “ระบุประเภทของวิญญาณ” โดยใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เช่น เครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF), กล่องพูดคุย (Spirit Box) และสมุดบันทึก

ความกดดันอยู่ที่การต้องแข่งกับเวลาและความกลัว เพราะยิ่งคุณอยู่ในสถานที่นั้นนานเท่าไหร่ สติสัมปชัญญะ (Sanity) ของคุณจะยิ่งลดลง และนั่นคือเวลาที่ผีจะเริ่ม “ออกล่า” (Hunt) เพื่อปลิดชีวิตคุณและเพื่อนร่วมทีม


ก่อนหน้านี้ ผู้เล่นจะถูกสุ่มโมเดลตัวละครที่มีอยู่จำกัด Character Customization  ทำให้บางครั้งเราเห็น “ฝาแฝด” เดินกันเต็มบ้าน แต่ในอัปเดตต้นเดือน พ.ค. นี้ ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป:

  • อิสระในการเลือกรูปลักษณ์: คุณสามารถเลือกเพศ ทรงผม ใบหน้า และการแต่งกายได้ตามใจชอบ
  • ความสมจริงที่เพิ่มขึ้น: การมีตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์ช่วยให้การเล่นกับเพื่อน (Co-op) มีสีสันขึ้นมาก คุณจะจำเพื่อนได้ทันทีจากชุดที่ใส่ หรือทรงผมที่เด่นสะดุดตาแม้ในที่มืด
  • ระบบความก้าวหน้า: คาดว่าการปรับแต่งบางอย่างอาจปลดล็อกได้จากการสะสมเลเวลหรือทำภารกิจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มเป้าหมายในการเล่นระยะยาวให้กับผู้เล่นหน้าเก่า

Phasmophobia

1. ระบบ Voice Recognition ที่ผี “ฟัง” คุณอยู่จริงๆ

เสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือนคือการที่ AI ของผีสามารถตอบสนองต่อเสียงพูดของคุณผ่านไมโครโฟนได้ หากคุณเรียกชื่อมันบ่อยเกินไป หรือพูดคำที่ท้าทาย มันอาจจะโกรธและพุ่งออกมาหลอกคุณทันที ระบบนี้ทำให้การสื่อสารในทีมเป็นทั้งเรื่องสนุกและเรื่องที่ต้องระวัง

2. ประเภทของผีที่หลากหลายและเดาทางยาก

ปัจจุบันเกมมีผีมากกว่า 20 ชนิด ตั้งแต่ “ผีพราย” (Wraith) ที่เดินไร้เสียง ไปจนถึง “โอนิ” (Oni) ที่บ้าพลัง การระบุตัวตนของพวกมันต้องใช้การสังเกตพฤติกรรมอย่างละเอียด ทำให้ทุกรอบที่เล่นคือประสบการณ์ใหม่เสมอ

3. บรรยากาศกดดันที่เล่นกับความเงียบ

เกมไม่ได้เน้นแค่ Jump Scare (ผีตุ้งแช่) แต่เน้นการสร้างความอึดอัด เสียงฝีเท้าที่เดินตามหลัง เสียงกระซิบข้างหู หรือไฟที่กะพริบดับลงกะทันหัน สิ่งเหล่านี้สร้างความกลัวจากข้างในได้อย่างยอดเยี่ยม


การเพิ่มระบบสร้างตัวละครไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่มันคือการปูทางไปสู่ระบบ Identity ของผู้เล่น Kinetic Games รับฟังเสียงสะท้อนจากชุมชนผู้เล่นเสมอว่าพวกเขาต้องการ “ตัวตน” ในโลกที่มืดมิดนี้ นอกจากนี้ อัปเดตใหม่ยังมีข่าวลือเรื่องการปรับปรุงกราฟิกและแสงเงาให้สมจริงยิ่งขึ้น (Overhaul) ซึ่งจะทำให้เครื่องมืออย่างไฟฉายหรือกล้องวิดีโอมีความสำคัญมากขึ้นในการมองเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ผีทิ้งไว้


การอัปเดตในต้นเดือนพฤษภาคมนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ดูมีความเป็นเกมสไตล์ Modern RPG มากขึ้นเล็กน้อยในแง่ของตัวละคร ขณะที่ยังคงความสยองขวัญแบบฮาร์ดคอร์เอาไว้เหมือนเดิม

หากคุณเป็นมือใหม่ นี่คือจังหวะที่ยอดเยี่ยมในการเริ่มต้น เพราะระบบใหม่จะช่วยให้คุณเข้าถึงตัวเกมได้ง่ายขึ้น และสำหรับมือโปร นี่คือเวลาที่จะกลับมาโชว์สไตล์การแต่งตัวสุดคูล (หรือสุดประหลาด) ในขณะที่กำลังวิ่งหนีเรเวแนนท์ (Revenant) อย่างสุดชีวิต!

เตรียมตัวให้พร้อม อัปเกรดเครื่องมือ และรอคอยการประกาศวันอัปเดตที่แน่นอนเร็วๆ นี้!