รีวิว Ticket to Paradise (ตั๋วรักสู่พาราไดซ์) เมื่อรุ่นใหญ่รวมตัวขัดขวางงานแต่ง… ความบันเทิงระดับพาราไดซ์จึงบังเกิด!ถ้าคุณกำลังมองหาภาพยนตร์แนวโรแมนติก-คอมเมดี้ (Rom-Com) แบบฟีลกู๊ด ที่ดูแล้วยิ้มตามได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ชวนให้อยากเก็บกระเป๋าไปเที่ยวทะเล และเคมีนักแสดงนำเข้ากันจนแทบพ่นไฟได้ ขอบอกเลยว่าคือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาดเด็ดขาด! ยิ่งใครที่เป็นแฟนคลับของสองซุปเปอร์สตาร์แถวหน้าของฮอลลีวูดด้วยแล้ว นี่คือหนังที่สร้างมาเพื่อมอบความสุขให้คุณโดยเฉพาะ
- ผู้กำกับ: ออล พาร์คเกอร์ (Ol Parker) จากผลงาน Mamma Mia! Here We Go Again
- สตูดิโอผู้สร้าง: ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส (Universal Pictures)
- นักแสดงนำ: จอร์จ คลูนีย์ (George Clooney) และ จูเลีย โรเบิร์ตส์ (Julia Roberts)
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ลิลลี่ (รับบทโดย เคทลิน ดีเวอร์) ลูกสาวคนสวยที่เพิ่งเรียนจบกฎหมายหมาด ๆ ของอดีตคู่สามีภรรยาที่เกลียดกันเข้าไส้อย่าง เดวิด (จอร์จ คลูนีย์) และ จอร์เจีย (จูเลีย โรเบิร์ตส์) ได้เดินทางไปเที่ยวพักผ่อนที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย แต่ทริปนี้กลับเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอพบรักแท้กับ เกเด (แม็กซิม บูเทียร์) หนุ่มชาวบาหลีในท้องถิ่น และตัดสินใจประกาศแต่งงานสายฟ้าแลบ!
เมื่อข่าวนี้หูไปถึงคนเป็นพ่อเป็นแม่ เดวิดและจอร์เจียที่ปกติเห็นหน้ากันเป็นต้องทะเลาะจนบ้านพัง กลับต้องยอมสงบศึกชั่วคราวและจับมือแท็กทีมกันเฉพาะกิจ บินข้ามโลกสู่บาหลีเพื่อทำภารกิจเดียวร่วมกัน นั่นคือ “ขัดขวางงานแต่งงานครั้งนี้ให้ได้!” เพราะพวกเขายังฝังใจกับความผิดพลาดในอดีตของตัวเอง และไม่อยากให้ลูกสาวคนเดียวต้องทิ้งอนาคตเพื่อความรักที่อาจจบลงด้วยการหย่าร้างเหมือนพวกเขา แต่ยิ่งพวกเขาวางแผนป่วนมากเท่าไหร่ ความอลหม่านบนเกาะสวรรค์แห่งนี้ก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น

1. การกลับมาของ “เคมีระดับตำนาน” จอร์จ คลูนีย์ & จูเลีย โรเบิร์ตส์
สิ่งที่เป็นหมัดเด็ดที่สุดของหนังเรื่องนี้คือการโคจรมาพบกันอีกครั้งของ จอร์จ คลูนีย์ และ จูเลีย โรเบิร์ตส์ ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันในชีวิตจริงและเคยร่วมงานกันมาแล้วหลายครั้ง (เช่น Ocean’s Eleven) ทำให้เคมีคู่กัดในเรื่องนี้เป็นธรรมชาติมาก ทุกไดอะล็อกคำด่า คำจิกกัด และสายตาที่มองค้อนใส่กันมันดูสมจริงและฮาขี้แตกขี้แตน ยิ่งในฉากเต้นรำยุคเก่าเพื่อบลัฟพวกเด็ก ๆ บอกเลยว่าปังมาก! แย่งซีนกันสุด ๆ
2. พล็อตมวยถูกคู่: พ่อแม่จอมป่วน VS ลูกสาวจอมดื้อ
หนังนำเสนอความสัมพันธ์ในครอบครัวแบบที่หลายคนคุ้นเคย ฝ่ายพ่อแม่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนและคิดว่า “ฉันรู้ดีที่สุดว่าอะไรเหมาะกับลูก” กับฝ่ายลูกสาวที่พร้อมจะทำตามหัวใจตัวเอง ความสนุกจึงอยู่ที่การงัดข้อกันระหว่างแผนการร้าย ๆ ของพ่อแม่ที่พยายามทำเป็นหวังดี กับความรักอันบริสุทธิ์ของหนุ่มสาวที่พร้อมจะฟันฝ่าทุกอุปสรรค เป็นเส้นเรื่องที่เข้าใจง่าย แต่ดูยังไงก็ไม่เบื่อ
3. วิวเกาะสวรรค์ที่สวยจนอยากกดจองตั๋วเครื่องบินทันที!
แม้ว่าในเรื่องจะมีฉากหลังเป็นเกาะบาหลี (แต่สถานที่ถ่ายทำจริงคือรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย) แต่ทีมงานสามารถถ่ายทอดความงดงามของทะเล ท้องฟ้าหาดทรายขาว และวัฒนธรรมท้องถิ่นออกมาได้อย่างงดงามตระการตา แสงแดดอุ่น ๆ และบรรยากาศงานแต่งงานริมชายหาดชวนฟีลกู๊ดมาก ๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูหนังเพื่อหลีกหนีจากความเครียดในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง
4. มุกตลกหน้าตายสไตล์รอมคอมยุค 90s
ใครที่คิดถึงกลิ่นอายหนังรักคอมเมดี้ยุค 90s หรือช่วงต้นปี 2000 อย่าง Notting Hill หรือ My Best Friend’s Wedding หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณหายคิดถึงอย่างแน่นอน จังหวะการปล่อยมุก สถานการณ์ชวนหน้าแตก และความเปิ่นของตัวละคร ถูกจัดวางมาอย่างพอดี ไม่ล้นจนน่ารำคาญ แต่ชวนให้หลุดขำออกมาเรื่อย ๆ ตลอดทั้งเรื่อง

Ticket to Paradise อาจจะไม่ได้เป็นภาพยนตร์ที่มีบทหักมุมเดาทางยาก หรือมีความลึกซึ้งซ่อนเงื่อนอะไรมากมาย แต่มันทำหน้าที่ในฐานะ “หนังเพื่อความบันเทิง” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ 100%โครงเรื่องคลาสสิกที่เดาง่ายกลับถูกเติมเต็มด้วยเสน่ห์อันเหลือล้นของนักแสดงนำ มุกตลกที่ทำงานได้ดี และงานภาพที่ชวนเจริญอาหารทางสายตา นี่คือภาพยนตร์ที่คุณสามารถนั่งดูกับครอบครัว กับคนรัก หรือแม้แต่ดูคนเดียวในวันหยุดเพื่อฮีลใจได้อย่างยอดเยี่ยม คอนเฟิร์มเลยว่าหลังจากดูจบ คุณจะเดินออกจากหน้าจอพร้อมรอยยิ้มอิ่มเอมใจอย่างแน่นอน!
- คะแนนโดยรวม: 8 / 10 (หักลบความเดาง่ายของบท แต่บวกเพิ่มให้เคมีตัวพ่อตัวแม่ล้วน ๆ !)
- เหมาะสำหรับ: คนที่ชอบหนังฟีลกู๊ด, แฟนคลับจูเลีย-จอร์จ, และคนซึมเศร้าที่ต้องการรอยยิ้มด่วน!

