ลืมทางไปหาซิริหรือยัง? The Witcher III เซอร์ไพรส์ประกาศ DLC ใหม่ “Songs of the Past” พาหวนคืนสู่การล่าอสูรระดับตำนาน!แม้ตัวเกมจะวางจำหน่ายมานานหลายปีจนขึ้นแท่นตํานานไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าโลกของ The Witcher 3: Wild Hunt จะยังมีเรื่องราวซุกซ่อนอยู่ใต้เงาเบื้องหลังอีกมากมาย ล่าสุดค่ายพัฒนาคู่บุญอย่าง CD Projekt Red ได้ทำเอาแฟนเกมทั่วโลกต้องกรีดร้องด้วยความตื่นเต้นอีกครั้ง เมื่อพวกเขาสุ่มประกาศเปิดตัวเนื้อเรื่องเสริม (DLC) ตัวใหม่ล่าสุดในชื่อ “Songs of the Past” ที่จะพาเรากลับไปสวมบทบาทเป็น Geralt of Rivia หมาป่าสีขาวคนเดิม เพิ่มเติมคือความลับในอดีตที่กำลังจะถูกขุดคุ้ย!วันนี้เราจะพาทุกคนไปส่องเนื้อเรื่องย่อและความน่าสนใจของ DLC ตัวนี้กันว่า มีทีเด็ดอะไรที่ทำให้เราต้องยอมควักเงินในกระเป๋าและกดติดตั้งเกมใหม่อีกรอบ!
ใน Songs of the Past เรื่องจะไม่ได้ดำเนินต่อจากฉากจบหลักของเกม หรือต่อจาก Blood and Wine โดยตรง แต่มันคือการหยิบยก “บันทึกที่ถูกลืม” ในช่วงเวลาการเดินทางของ Geralt ออกมาถ่ายทอดเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Geralt ได้รับการว่าจ้างจากกวีพเนจรลึกลับคนหนึ่ง ให้ตามหาเบาะแสของบทเพลงโบราณที่เล่าขานกันในหมู่เอลฟ์ ทว่ายิ่งสืบลึกชอนไชไปมากเท่าไหร่ บทเพลงนั้นกลับไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่มันคือ “คำสาป” ที่ผูกโยงกับอดีตของโรงเรียนหมาป่า (Wolf School) และเหตุการณ์นองเลือดในอดีตที่ Geralt เคยพยายามลืมตัวเอกของเราต้องออกเดินทางข้ามดินแดนที่คุ้นเคยในมุมมองใหม่ และพื้นที่ปริศนาแห่งใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดเผยในภาคหลัก เพื่อหยุดยั้งความแค้นจากอดีตที่กำลังจะตื่นขึ้นมาทำลายล้างปัจจุบัน

เพื่อให้นักล่าอสูรทุกท่านเห็นภาพชัดขึ้น นี่คือไฮไลต์เด็ดที่ CD Projekt Red จัดเต็มมาให้ใน DLC ตัวนี้ครับ
1. เจาะลึก Lore ของโรงเรียนหมาป่า (Wolf School)
แฟน ๆ ที่หลงรักเรื่องราวเบื้องหลังของเหล่า Witcher จะต้องฟินแน่นอน เพราะเนื้อเรื่องเสริมนี้จะเน้นไปที่ประวัติศาสตร์ ความลับ และพิธีกรรมโบราณของ Kaer Morhen รวมถึงการเปิดเผยโฉมหน้าของ Witcher คนอื่น ๆ ในอดีตที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน การันตีความเข้มข้นทางเนื้อหาตามมาตรฐานเดิมของสตูดิโอ
2. บอสใหม่ อสูรกายหน้าใหม่ และ “บทเพลง” ที่ใช้เป็นอาวุธ
ขึ้นชื่อว่า The Witcher จะขาดการล่ามอนสเตอร์ไปได้อย่างไร? ใน Songs of the Past มีการออกแบบอสูรกายชนิดใหม่ที่อิงมาจากตำนานพื้นบ้านยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะพวกมันจะมีความสามารถในการใช้ “เสียงเพลงและคลื่นเสียง” ในการโจมตีและหลอนประสาท ทำให้ผู้เล่นต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการต่อสู้ และปรุงยาแบบใหม่เพื่อรับมือ
3. ระบบ “Flashback Gameplay” เล่นเป็น Geralt ในวัยหนุ่ม!
นี่คือสิ่งที่น่าจับตามองที่สุด ตัวเกมจะมีช่วงเนื้อเรื่องที่เราจะได้ย้อนอดีตกลับไปควบคุม Geralt ในช่วงเวลาที่เขายังเป็น Witcher วัยเยาว์ที่เพิ่งจบการฝึกฝน ซึ่งสไตล์การต่อสู้จะมีความดิบ สดใหม่ และแตกต่างจาก Geralt วัยเก๋าที่เราคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง
4. ดนตรีประกอบระดับมาสเตอร์พีซที่ชวนขนลุก
สมกับชื่อ DLC ว่า “Songs of the Past” ทีมงานได้ดึงตัววงดนตรีพื้นบ้านและคอมโพสเซอร์ชุดเดิมกลับมารังสรรค์เพลงประกอบที่มีความหม่นหมอง ลึกลับ แต่ทรงพลัง ใครที่เคยประทับใจกับเพลงประกอบในภาคหลัก เตรียมใส่หูฟังรอรับความฟินได้เลย
บอกได้คำเดียวเลยว่า “ต้องเล่น!” แม้ว่ามันอาจจะเป็น DLC ขนาดกลาง (ไม่ใหญ่เท่า Blood and Wine) แต่การที่ CD Projekt Red ยอมกลับมาพัฒนาคอนเทนต์ให้กับเกมระดับขึ้นหิ้งเกมนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีเรื่องราวที่เจ๋งจริง ๆ ที่อยากเล่าให้เราฟังเตรียมดาบเหล็กสำหรับมนุษย์ ดาบเงินสำหรับอสูร และล้างคอรอชนแก้วในโรงเหล้ากันได้เลย The Witcher 3: Songs of the Past กำลังจะพาเราไปร่วมเต้นรำกับความทรงจำอันดำมืดในเร็ว ๆ นี้แล้ว!
เพื่อน ๆ คิดเห็นอย่างไรกับ DLC ใหม่นี้? อยากเห็นตัวละครเก่าคนไหนกลับมามีบทบาทอีกบ้าง? คอมเมนต์บอกเราได้ที่ด้านล่างนี้เลยครับ!
