รีวิวเกมส์ Silver and Blood

รีวิวเกมส์ Silver and Blood

Silver and Blood คือ เกมแนว Tactical RPG ผสมระบบออโต้แบตเทิล ที่พาผู้เล่นเข้าสู่โลกแฟนตาซีกอธิคอันมืดหม่นของทวีป Minexus ในยุคกลางอันรกร้าง หลังโรคระบาด “Black Blood Disease” สร้างความสับสนระหว่างความถูกต้องกับความลี้ลับ ผู้เล่นรับบทเป็น Noah Nevernight ผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ต้องหาของศาสนา แต่กลับถูกช่วยชีวิตโดยหญิงนิรนามหนึ่งใน Bloodborn และถูกพาเข้าสู่การเดินทางที่ชะตาของเขาเกี่ยวโยงกับความโลภยุคโบราณที่อยากกลับคืนสู่ดวงจันทร์

ระบบต่อสู้ใช้สนาม 3×3 grid เพื่อวางตัวละครหรือ “Vassals” ก่อนปล่อยให้ AI สู้แบบออโต้ แต่ผู้เล่นยังสามารถกดใช้ท่าไม้ตายในเวลาที่เหมาะสม ระบบ “Moon Phase” ช่วยเพิ่มมิติเหนือกว่าการต่อสู้ปกติ เมื่อเรียงครบ 3 เฟส จะปลดล็อกสถานะ Blood Moon ที่เพิ่มพลังโจมตีและรีเจนพลังงานให้ทีมอย่างมหาศาล 

เรื่องราวนำเสนอผ่านเหล่าตัวละคร Vassals ที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่ผู้คลั่งเลือดอย่าง Bella ไปจนถึงนักบวชนิกาย Chronos ที่เต็มไปด้วยปัญหาในอดีต ทีมเขียนบทให้ความสำคัญกับจิตวิญญาณของตัวละครและแรงจูงใจของพวกเขา อย่างไรก็ตาม เส้นเรื่องหลักถูกวิพากษ์ว่ามีลักษณะกระโดดไปมาระหว่างเหตุการณ์ ทำให้รู้สึกเหมือนประติดประต่อไม่ครบลงตัวแม้แต่ในตอนจบของบางภารกิจ

ภาพและเสียงคืออีกหนึ่งจุดแข็ง ด้วยงานศิลป์สไตล์มังงะ กราฟิกโครงสร้างตัวละครและฉากที่เข้มข้น พร้อมเสียงพากย์และดนตรีธีมกอธิคที่สร้างบรรยากาศได้สนิท—แม้ว่ารูปแบบโมเดล 3D และ UI บางส่วนจะดูเรียบและจัดวางไม่ลื่นไหลเท่าเกมอื่นในระดับเดียวกัน

ระบบ gacha ในเกมเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสะสมตัวละครระดับ SSR ที่มีอัตราดรอปราว 4% ซึ่งฟังดูเยอะ แต่เกมใช้กลไกการอัปเกรดซ้ำ (dupe) เพื่อปลดล็อกเลเวลสูงสุด ทำให้การเก็บซ้ำสมควรเป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าสิ่งเกินจำเป็น ผู้เล่นบางส่วนพบว่าถึงแม้จะได้รับ SSR หลายตัวแต่ก็ยังไม่สามารถเลเวลถึงขั้นจำเป็นได้หากขาดชิ้นที่ซ้ำกันเพียงพอ

Game8 และ Critic ให้คะแนนภาพรวมประมาณ 76–78/100 โดยชมทั้งโมเมนต์การต่อสู้ที่รวดเร็วและระบบตัวละครที่มีเอกลักษณ์ แต่เหน็บว่าส่วนอื่นเช่น progression หรืออินเตอร์เฟซทำงานช้าและรู้สึกยืดยาด แม้เกมจะไม่มีระบบ stamina แบบเดิม แต่ก็จำกัดความก้าวหน้าผ่านเวลาแทน ซึ่งอาจทำให้รู้สึกถูกดึงเวลาโดยไม่จำเป็น 

รีวิวจากผู้เล่นระบุว่า เกมมีพล็อตสไตล์กอธิคที่ทั้งโหดและก็ “กวน” ในแบบที่น่าขำในบางครั้ง เช่นชื่อตัวเอก Noah Nevernight ที่ฟังดูพิลึกแต่ลงตัว อีกเสียงชื่นชมว่าตัวเกมไม่ได้ดันผู้เล่นให้เติมเงินเพื่อเล่นอย่างจริงจัง โหมดเนื้อเรื่องและกิจกรรมยังเข้าถึงได้แม้ไม่เติม วัสดุรายวันอาจช้า แต่ก็ไม่ทำให้ผู้เล่นสายฟรีล้มหายไปทันที หากเล่นเรื่อย ๆ ก็พัฒนาได้

คือเกม RPG แนวแบตเทิล-ออโต้เจน ที่มีโลกแฟนตาซีกอธิค, ตัวละครลึกลับมีแรงจูงใจ, การวางตำแหน่งในสนามที่ต้องคิด และธีมเลือด-ดวงจันทร์ที่ชวนหลงใหล แม้การเล่าเรื่องและระบบ progression/dupe จะต้องใช้เวลาและความอดทน แต่หากคุณหลงใหลในธีมมืดสง่างามและการเล่นแบบช้าๆ ต้องการวางกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่จิ้มไปเรื่อย เกมนี้น่าจะทำให้คุณหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งความมืดและแสงจันทร์ได้อย่างแท้จริง