รีวิวหนังเรื่อง Scott Pilgrim VS the World

รีวิวหนังเรื่อง Scott Pilgrim VS the World

คือ ภาพยนตร์ที่ผสมความเป็น โรแมนติกคอมเมดี้ กับพลังงานของเกมอาร์เคดและการ์ตูนอินดี้ได้อย่างแสบสันและมีเอกลักษณ์สุดขั้ว ดัดแปลงจากซีรีส์การ์ตูนของ Bryan Lee O’Malley เล่าเรื่องของสก็อต พิลกริม มือเบสวงร็อกโนเนมวัยยี่สิบเศษที่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ จนกระทั่งตกหลุมรักรามอน่า ฟลาวเวอร์ส หญิงสาวลึกลับผมหลายสีที่เพิ่งย้ายมาอยู่ในเมือง ความรักครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะก่อนจะคบกับเธอได้จริง เขาต้องเอาชนะ “อดีตแฟนร้ายกาจทั้ง 7” ของรามอน่าให้หมดเสียก่อน

หนังนำเสนอโครง เรื่องรักสไตล์วัยรุ่น แต่เล่าในภาษาของเกมและการ์ตูน ด้วยการตัดต่อรวดเร็ว เอฟเฟกต์กราฟิกแบบคอมิก เสียงประกอบสไตล์เกม 8 บิต และฉากแอ็กชันที่เต็มไปด้วยความเว่อร์เกินจริง สก็อตต้องต่อสู้กับเหล่าอดีตแฟนในสไตล์ที่ต่างกันไป ตั้งแต่นักสเก็ตบอร์ดสุดโหด มือกีตาร์พลังจิต ดาราบอลลีวูดสายเต้น ไปจนถึงคู่แฝดดีเจที่ใช้เสียงดนตรีเป็นอาวุธ แต่ละฉากการต่อสู้ถูกออกแบบให้มีสไตล์เฉพาะและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

ไมเคิล เซรา ในบทสก็อต ถ่ายทอดความเป็นหนุ่มเนิร์ดที่ทั้งน่ารักและน่าหงุดหงิดได้ลงตัว ส่วน แมรี เอลิซาเบธ วินสเต็ด ในบทรามอน่าก็มีเสน่ห์ลึกลับและเท่พอที่จะทำให้คนดูเชื่อว่าพระเอกยอมเสี่ยงสู้ตายเพื่อเธอ นักแสดงสมทบอย่างคริส อีแวนส์, เบรนดัน เราท์ และคีแรน คัลกิ้น ต่างช่วยเพิ่มสีสันให้กับโลกสุดเพี้ยนนี้ได้อย่างมีชีวิตชีวา

สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้แตกต่างคือการใช้ภาษาภาพยนตร์แบบหลุดกรอบ ทุกเฟรมเต็มไปด้วยพลังของวัฒนธรรมป๊อป ทั้งเกม เพลง การ์ตูน และหนังสือการ์ตูนอินดี้ มันเล่นกับกฎของความสมจริงได้อย่างสนุก บางครั้งก็เหมือนดูคอนเสิร์ตผสมหนังแอ็กชัน บางครั้งก็เหมือนนั่งเล่นเกมไฟท์ติ้งที่เต็มไปด้วยลูกเล่นเซอร์ไพรส์

แม้จะไม่ใช่หนังที่ถูกใจคนดูทุกกลุ่ม เพราะสไตล์จัดจ้านและการตัดต่อรวดเร็วอาจทำให้บางคนรู้สึกวุ่นวาย แต่สำหรับผู้ที่อินกับอารมณ์ขันเสียดสี การล้อเลียนวัฒนธรรมร่วมสมัย และชื่นชอบงานภาพที่คิดนอกกรอบ Scott Pilgrim VS the World คือประสบการณ์ภาพยนตร์ที่ไม่เหมือนใคร สนุก บ้าพลัง และทิ้งร่องรอยในความทรงจำเหมือนการเล่นเกมที่เรารู้ว่าชนะยาก แต่ก็อยากเล่นซ้ำอีกเรื่อย ๆ