รีวิวหนัง “PAW Patrol ขบวนการเจ้าตูบสี่ขา เดอะ ไมตี้ มูฟวี่” ถึงจำเจ..แต่ก็โอเคนะ

PAW Patrol ขบวนการเจ้าตูบสี่ขา เดอะ ไมตี้ มูฟวี่

ยังคงสร้างรอยยิ้มและความอิ่มเอมใจให้กับคุณผู้ชมทุกวัยได้อยู่เสมอสำหรับภาพยนตร์ แอนิเมชัน ขบวนการเจ้าตูบสี่ขาเดอะไมตี้ มูฟวี่ด้วยการกลับมาพร้อมความสนุกกันแบบจุกๆผสมผสานความแอ็คชันผจญภัยและความแปลกใหม่ในเนื้อหาแฟนาตาซีได้เป็นอย่างดี มีทั้งชวนหัวเราะและซึ้งปนข้อคิดที่ได้มาตรฐานของตัวเองไว้เช่นเคย เจาะกลุ่มเด็กและครอบครัวได้อย่างสวยงามขบวนการเจ้าตูบสี่ขาเดอะไมตี้มูฟวี่เล่าเรื่องราวเมื่ออุกกาบาตเวทมนตร์ตกลงใส่แอดเวนเจอร์ซิตี้ก็ทำให้เหล่าสุนัขลาดตระเวนมีพลังพิเศษขึ้นมาสำหรับสมาชิกตัวเล็กจิ๋วที่สุดของทีมอย่างสกายพลังพิเศษเหล่านี้เหมือนกับฝันที่เป็นจริงแต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรเมื่อคู่แค้นตลอดกาลของเหล่าสุนัขลาดตระเวนอย่างฮัมดิงเกอร์แหกคุกออกมาร่วมทีมกับวิคตอเรียแวนซ์นักวิทยาศาสตร์ผู้คลั่งไคล้ในอุกกาบาต เพื่อที่จะขโมยพลังพิเศษและเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสุดยอดวายร้าย

PAW Patrol: The Mighty Movie การกลับมาในครั้งนี้มีเนื้อหาที่ผสมความแฟนตาซีเข้ามาได้เป็นอย่างดีด้วยการนำอุกกาบาตเวทมนตร์มาปูเรื่องราวให้เหล่าสุนัขนั้นได้รับพลังวิเศษและแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าเดิมซึ่งในครั้งนี้สุนัขตัวหลักคือสกายสมาชิกตัวจิ๋วที่ขาดความเชื่อมั่นในตนเองด้วยรูปร่างที่เล็กกว่าสมาชิกในทีมซึ่งเป็นปมของตัวละครที่แต่งเติมเสริมการให้ข้อคิดในความมั่นใจในตนเองได้เป็นอย่างดีสำหรับการดำเนินเรื่องค่อนข้างย่อยง่ายเล่าเนื้อหาอย่างตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อนแต่ก็ค่อนข้างทำให้กราฟเส้นเรื่องเรียบไปพอสมควรเพราะไม่มีฉากที่ทำให้เรารู้สึกว้าวหรือถึงจุดไคลแมกซ์เท่าไรนักอีกทั้งแก่นการเล่าปูมหลังตัวละครยังสร้างออกมาให้เห็นถึงความจำเจของตัวบทที่คุณผู้ชมอาจจะเคยสัมผัสกันมาบางแล้วเพราะแสดงให้เห็นถึงข้อด้อยของตนเองที่ฝังใจและไม่สามารถก้าวผ่านมันไปได้แต่เมื่อมีอุกกาบาตเวทมนตร์มาเพิ่มพลังพิเศษเป็นเหมือนสิ่งเติมเต็ม

ทว่าสีสันของเรื่อง ขบวนการเจ้าตูบสี่ขา เดอะ ไมตี้ มูฟวี่ ยังคงได้รับการเติมเต็มจากตัวละครวิคตอเรียแวนซ์นักวิทยาศาสตร์ผู้คลั่งไคล้ในอุกกาบาตที่มาสร้างปัญหาให้กับเหล่าสุนัขต้องพิทักษ์กันหลายครั้งหลายคราแม้ว่าตัวบททุกอย่างจะดูเหมือนจับวางไปหมดก็ตามอีกทั้งความแฟนตาซีที่ใส่เข้ามาในพลังพิเศษกลับไม่ได้โชว์ให้เราได้สัมผัสอย่างประทับใจเท่าไรดูกระชั้นชิตในการทำภารกิจไปหน่อยทั้งๆที่ใส่ความแฟนตาซีมาแล้วแท้ๆแต่พลังของเหล่าสุนัขกลับไม่ได้สาดให้สุดถึงอย่างนั้นการสื่อสารแก่นของตัวละครสกายอาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกและอินไปพร้อมกันเพราะใช้ถ้อยคำและสิ่งที่เป็นรูปธรรมให้เห็นถึงความพยายามของตนเองที่แม้รูปร่างเล็กแต่ก็พยายามไม่น้อยจนทำให้ได้รับการยอมรับจากไรเดอร์และสมาชิกในทีมแน่นอนว่าพูดมาขนาดนี้ หนังในภาคนี้เล่าเนื้อหาของสหายเป็นหลักจนทำให้สุนัขตัวอื่นๆแทบจะจางไปเลยอาจจมีบางตัวละครที่เป็นส่วนเสริมเข้ามาบ้างอย่างลิเบอร์ตี้ที่ต้องเรียนรู้ตนเองเพื่อรับพลังพิเศษของเธอซึ่งแต่ละตัวละครจะมีพลังพิเศษที่แตกต่างกันออกไปทำให้ในส่วนนี้น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเพราะมันจะอิงจากคาแรคเตอร์ของตัวละครนั่นเอง อีกทั้งการเชื่อมโยงกันของตัวละครเล่าออกมาได้ค่อนข้างดีแม้จะไม่ได้ขยี้มากนักแต่การพบเจอกันของไรเดอร์และสกายก็ให้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งทีเดียว