รีวิวอนิเมะ พันธนาการแห่งราชันย์กุหลาบ (Requiem of the Rose King) ดราม่าแย่งชิงอำนาจ!

Requiem of the Rose King
Requiem of the Rose King

พันธนาการแห่งราชันย์กุหลาบ Requiem of the Rose King พาผู้ชมกระอักกระอ่วน อึมครึม ปวดตับ ไต หัวใจไปหมดทุกสัดส่วนสำหรับ อนิเมะ เรื่องนี้ เพราะมีความดราม่าพลิกแพลงบทบาทการครอบงำอำนาจที่สุดแสนจะเห็นแก่ตัว และน่ากลัวซะเหลือเกิน โดยอนิเมะเรื่องนี้เขียนโดยอาจารย์ อายะ คันโนะ ดัดแปลงเป็นทีวีอนิเมะโดยสตูดิโอ J.C. Staff เป็นอนิเมะที่น่าติดตาม และไม่ควรพลาดชมเพราะผสมความดราม่ามาได้อย่างลงตัว

เป็นเรื่องราว พันธนาการแห่งราชันย์กุหลาบ Requiem of the Rose King  ของการแย่งชิงบัลลังก์หรือยุคสงครามดอกกุหลาบ ริชาร์ด ลูกชายลำดับที่ 3 แห่งราชวงศ์ยอร์กเชื่อว่าตนนั้นถูกสาปมาตั้งแต่เกิดจนนำพาไปสู่เส้นทางแห่งโชคชะตาอันโหดร้ายชั่วนิรันดร์ ทว่าแท้จริงแล้วโชคชะตาได้กำหนดเส้นทางสู่ความพินาศของเขาไว้ หรือนี่เป็นความปรารถนาของเขาที่นึกสาปแช่งตนเองความต้องการที่จะเติบโตของริชาร์ด มันคือพล็อตที่แฝงไปด้วยความน่ากลัวและโหดร้าย รวมถึงความอับอายของการเกิดมาอย่างมีปมที่น่าค้นหาว่าทำไมเขาถึงได้รังเกียจตัวเองถึงขนาดนั้น ความสัมพันธ์ที่น่าฉงนระหว่างตัวละครของริชาร์ด

และอีกหนึ่งตัวละครที่โผล่ออกมาตามหาเขาอยู่เสมอ ๆ พร้อมไปกับการดำเนินเรื่องการครองบัลลังก์ที่มีปัญหาอุปสรรคแทบไม่ได้พักหายใจ เพราะเรื่องราวมันมีความอิจฉาริษยา อยากได้อย่างมี แย่งชิงอำนาจเอามาครอบครอง ไปกับการชักจูงและอยู่เบื้องหลังของเหล่าคนที่ไม่หวังดี จะว่าอนิเมะเรื่องนี้ดำเนินไปอย่างกระชับคงพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะมีความยืดเยื้อสำหรับเนื้อเรื่องพอสมควรเลย มีพล็อตบทบาทของตัวละครที่สอนให้เห็นถึงความมัวเมาในตำแหน่งใช้อำนาจในการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ โดยไม่ฟังผู้อื่นอย่างชัดเจน ความสนุกของอนิเมะเรื่องนี้คงจะเป็นความดราม่าที่ทำออกมาได้อย่างปวดตับ และกระอักกระอ่วนใจเมื่อได้สัมผัสรับชมไปจนจบเรื่องราว

สีภาพ ฉาก องค์ประกอบของอนิเมะเรื่องนี้ มีความฟุ้งซีดผสมอารมณ์หม่นดราม่าออกมาตามเรื่องได้ชัดเจน การออกแบบคาแรคเตอร์ตัวละครค่อนข้างเรียบง่ายไม่หวือหวา หรือเอกลักษณ์ชัดเจนมากนัก แต่กลับกันโทนสีที่ใช้อาจจะเป็นเอกลักษณ์ของอนิเมะเรื่องนี้ได้ เพราะความสีขาว เทา ดำ โทนหม่นที่สื่อสารออกมาให้ความรู้สึกที่อึมครึมไปได้ในทุก ๆ ตอน ด้านการเคลื่อนไหวโดยส่วนใหญ่ตัวละครจะไม่ได้ขยับร่างกายมากนัก ใช้เป็นการทำภาพเคลื่อนไหวด้วยมุมกล้องที่เคลื่อนไปมามากกว่า ผสมผสานการเล่าเรื่องราวไปในตัว อีกหนึ่งจุดที่เห็นได้ถึงความแตกต่างคือการวาดตัวละครแบบไม่มีใบหน้าที่ออกมาให้เห็นอยู่บ่อย ๆ แต่ผสมอารมณ์ความหม่น อิจฉาริษยาออกมาได้อย่างลงตัว

มีทั้งพากย์ไทย และพากย์ญี่ปุ่นให้เลือกรับฟังอย่างมีอรรถรส เสียงตัวละครอย่างริชาร์ดในพากย์ไทยมีความนุ่มกว่าพากย์ญี่ปุ่นเลยให้ความรู้สึกที่อ่อนแอกว่า แต่โทนอารมณ์ยังคงสื่อออกมาได้อย่างอิจฉาริษยา และโกรธแค้นเต็มที่ แต่ทว่าสียงของพี่ ๆ และตัวละครอื่น ๆ ในพากย์ไทยยังสื่ออกมาได้ดี ถึงอย่างนั้นโดยส่วนตัวค่อนข้างชื่นชอบพากย์ญี่ปุ่นมากกว่าเพราะให้อารมณ์ที่กระเส่าเคล้าไปกับบทบาทตัวละครนั้น ๆ ได้อย่างมีรสชาติ