รีวิวอนิเมะเรื่อง The Disastrous Life of Saiki K. หรือ ไซคิหนุ่มพลังจิตอลเวง (2018)

รีวิวอนิเมะเรื่อง The Disastrous Life of Saiki K. หรือ ไซคิหนุ่มพลังจิตอลเวง (2018)
The Disastrous Life of Saiki K

สวัสดีค่ะ วันนี้ผู้เขียนจะมา รีวิวอนิเมะ เรื่อง The Disastrous Life of Saiki K. หรือ ไซคิหนุ่มพลังจิตอลเวง (2018) นั่นเอง มังงะต้นฉบับเขียนเรื่องและวาดภาพโดยชูอิจิอาโซและได้รับการดัดแปลงเป็นซีรีส์อนิเมะโทรทัศน์โดยสตูดิโอเจซีสตาฟ อำนวยการผลิตโดย Egg Firm ​​​​​​เนื้อเรื่องจะเล่าถึงชีวิตประจำวันสุดป่วนของเด็กหนุ่มที่มีพลังจิต เรื่องราวสุดวุ่นวายปนความฮานี้จะเป็นอย่างไร ต้องหาดูค่ะ

ไซคิ คุสึโอะ เด็กหนุ่มที่มีพลังจิตมาตั้งแต่เกิดเรียกได้ว่าพลังของเขาทำได้แทบจะทุกอย่างเป็นสุดยอดพลังจิตไซคิสามารถเทเลพอร์ตคนหรือสิ่งของต่างๆ ได้อย่างอิสระหรือการมีสายตาเอกซเรย์ที่มองทะลุถึงกล้ามเนื้อแถมเขายังสามารถได้ยินเสียงความคิดของคนอื่นๆ อีกด้วยนี่เป็นเพียงแค่เศษของความสามารถเขาเท่านั้นแต่ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าไซคิไม่ต้องการพลังจิตนี้เลย เพราะเขาอยากใช้ชีวิตแบบปกติเหมือนคนทั่วไป แต่ก็ดันมีเรื่องน่าปวดหัวจากเพื่อนร่วมชั้นไม่ปกติในโรงเรียนมัธยม The Disastrous Life of Saiki K. หรือไซคิหนุ่มพลังจิตอลเวง มาให้เขาใช้พลังจิตจนได้ เรื่องราวสุดวุ่นวายปนความฮาได้เริ่มขึ้นแล้ว

ไซคิเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมปลาย PK ปี 2 ห้อง 3 เขาเป็นผู้ที่มีพลังจิตมาตั้งแต่กำเนิดพลังของไซคินั้นครอบคุมทุกแขนงของพลังจิต แต่ตัวเขาดันอยากใช้ชีวิตแบบคนปกติจึงได้ทำตัวไม่ให้เด่นและไม่ยุ่งกับคนอื่นไซคิมีพี่ชายชื่อว่าไซคิคุสึเกะ อาศัยอยู่ที่ต่างประเทศ เป็นอัจฉริยะจึงเรียนจบตั้งแต่อายุยังน้อยแถมยังเป็นคนประดิฐที่ควบคุมพลังที่ติดอยู่บนหัวไซคิอีกด้วย เน็นโดเป็นเพื่อนร่วมชั้นของไซคิ เขามักจะมาคุยเล่นกับไซคิและชวนไปกินราเม็งด้วยกันอยู่บ่อย ๆ ถึงหน้าตาจะเหมือนนักเลงแต่จริง ๆ นิสัยร่าเริง บ้าบอ แถมชอบทำตัวเหนือความคาดหมาย ทำให้เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ไซคิไม่สามารถอ่านใจได้

ไคโดเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นของไซคิ เขามีนิสัยที่ค่อนข้างแปลก แถมยังชอบจินตนาการว่าแขนขวาของตัวเองมีพลังแห่งความมืดไหลเวียนอยู่เพื่อต่อสู้กับองค์กรลับ ดาร์กรียูเนี่ยน และชอบเรียกตัวเองว่า เจ็ตแบล็กวิงส์ อีกด้วย ไฮโระก็เป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นของไซคิเช่นเดียวกัน เขาเป็นหัวหน้าห้องปี 2 ห้อง 3 มีนิสัยเอาจริงเอาจังกับทุกอย่าง คอยสร้างแรงจูงใจให้กับเพื่อน ๆ เสมอ แถมไฮโระยังเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมาก ๆ อีกด้วย ด้วยเหตุนี้เขาจึงเป็นที่รักของทุกคนในห้อง

เทรุฮาชิเองก็เป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นของไซคิ เธอมีใบหน้าที่งดงามมาก ๆ ทำให้โด่งดังและเป็นที่หมายปองของทุกคนทั้งโรงเรียน ไม่ว่าใครเจอเธอก็ต้องร้อง โอ้ ทุกคนยูเมฮาระเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมชั้นของไซคิ เธอเคยแอบปิ๊งไซคิจึงพยายามเข้าหาอย่างเต็มที่ แต่ไซคิที่มีพลังจิตสามารถรู้อนาคตได้นั้น ก็พยายามหาเหตุต่าง ๆ มาเพื่อขัดขวางเธอ จนยูเมฮาระยอมแพ้แล้วกลับใจไปชอบไคโดแทน 

โทริซึกะเป็นนักเรียนใหม่ อยู่คนละห้องกับไซคิ เขามีพลังการมองเห็นวิญญานมาตั้งแต่กำเนิด และเป็นคนเดียวในโรงเรียนที่รู้ว่าไซคินั้นมีพลังจิต นั่นจึงทำให้เขามาสมัครเป็นศิษย์ให้ไซคิสอนพลังจิตให้ โทริซึกะมีสัยชอบหลีสาว แถมยังชอบให้วิญญานไปส่องใต้กระโปงสาว ๆ เพื่อมาบอกว่าพวกเธอใสชั้นในสีอะไร โรคจิตจริงๆ  อนิเมะ  หรือในชื่อภาษาไทย ไซคิหนุ่มพลังจิตอลเวง (2018) เป็นเรื่องแนวพลังจิตที่ตลกมาก ๆ ค่ะ สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัยเลย แถมเอาไว้ฮีลตับหลังจากดูอนิเมะที่เศร้ามาได้เป็นอย่างดี ผู้เขียนเป็นคนที่กลัวผีมาก ๆ เลยค่ะ ยิ่งตอนกลางคืนนี่ไม่ต้องพูดถึง แต่ได้อนิเมะเรื่องนี้ไว้เป็นเพื่อน เวลาดูทำให้หายกลัวไปเลยค่ะ ถือว่าเป็นอนิเมะแนวเบาสมองที่สนุกสุด ๆ อีกเรื่องหนึ่งเลย เรื่องนี้ใครที่ยังไม่ดูผู้เขียนแนะนำอย่างมากเลย การันตีได้ว่าคุณจะหัวเราะปอดโยกแน่นอน ยิ่งตอนไหนที่มีหัวหน้าห้องไฮโระออกมา ผู้เขียนก็หัวเราะก๊ากจนท้องแข็งตลอต ยิ่งฉากที่พี่แกตั้งชื่อหนูแฮมเตอร์ คือตลกมาก ๆ ฮ่า ตัวอนิเมะเป็นตอน ๆ ซึ่งในแต่ละตอนก็จะมีตอนย่อย ๆ ลงไปอีก สามารถจิ้มตอนไหนดูก็ได้ จะมีแค่จุดที่ต่อกันของเรื่องนิดเดียวเอง ส่วนตัวผู้เขียนชอบน้องไคโด ชุน มาก ๆ เลยค่ะ 

งานภาพค่อนข้างสวยค่ะ ผู้เขียนชอบสีสันของเรื่องนี้มากเลย ด้วยความที่ชุดนักเรียนเป็นสีเขียวเลยทำให้รู้สึกสบายตาเวลาดู คาแร็คเตอร์ของตัวละครก็มีเอกลักษณ์มาก ๆ พอมาผสมผสานกันอยู่ในเรื่องทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ การดำเนินเรื่องก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก เพราะอนิเมะเรื่องนี้เน้นไปที่มุขตลกและชีวิตประจำวันของตัวละครไซคิที่มีพลังจิตซะมากกว่า เรียกได้ว่าดูสบาย ๆ แบบเน้นความฮากันยาว ๆ ไปเลย เสียงพากย์ก็ดี แถมยังสร้างเสียงหัวเราะให้อีก ไม่ดูไม่ได้แล้วค่ะ