รีวิวหนัง ซ้ำวัน กับ Someone โรแมนซ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์วนลูป-วนหาจุดแลนดิ้งให้สวยแบบไทยๆ

ซ้ำวัน กับ Someone
ซ้ำวัน กับ Someone

หนังวนลูป อาจจะไม่ใช่คอนเทนท์และคอนเซ็ปต์ที่แปลกใหม่ใด ๆ อีกแล้วในยุคนี้ เพราะหนังแนวนี้มีเยอะเต็มไปหมด แล้วก็กำลังเป็นที่นิยมสร้างกันมากขึ้นในแวดวงหนังไทยด้วย แต่คราวนี้ได้เบนเข็มมาอยู่ในหมวดหนังโรแมนติกใน ซ้ำวัน กับ Someone ที่มาพร้อมกับทีมนักแสดงตัวท็อปและทีมผู้สร้างชั้นแนว เพื่อหวังว่าเชื่อมโยงความศักดิ์สิทธิ์และความแฟนตาซีออกมาให้ฟุ้งละมุนแบบหนังไทย ๆ

ภัณฑารักษ์สาวประจำพิพิธภัณฑ์ ลูกคุณหนูผู้มีชีวิตที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ แต่ทุกอย่างกลับพังทลายลงในวันที่ 8 เดือน 8 ปี 2568 ตั้งแต่หายนะที่ถาโถมเข้ามาในหน้าที่การงาน ไปจนถึงการถูกคู่หมั้นหักอก ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้ได้อีกจนเมื่อเมษาเริ่มรู้ตัวว่าวันสุดซวยนี้ยังคงวนเวียนกลับมาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอจึงต้องพบกับภารกิจสุดโกลาหลในวังวนของกาลเวลา ซึ่งทำให้เธอเรียนรู้ ซ้ำวัน กับ Someone ที่จะรับมือกับข้อบกพร่องและความกลัวที่ซ่อนอยู่ภายในใจ เพื่อตามหาความจริงว่าเหตุใดเธอจึงต้องเผชิญกับวันที่เลวร้ายที่สุดอยู่ซ้ำ ๆ และหาวิธีหลุดพ้นจากวังวนมหัศจรรย์ที่ไม่มีวันจบสิ้นให้ได้

นี่คือผลงานล่าสุดของ เสือ ยรรยง ที่มาช่วยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและพ่อดันให้กับสาวนักสร้าง หนัง หน้าใหม่ “รังสิมา อัคราวิวัฒน์” ที่เอาจริงๆ เธอคนนี้ไม่ได้ใหม่ เพราะว่าก็เคยเขียนบทและร่วมงานกับพี่เสือมาแล้วใน App War พร้อมกับประสบการณ์เขียนบทซีรีส์มาหลายเรื่องแต่ว่าหนังเรื่องนี้เป็นการลงมารับหน้าที่กำกับหนังอย่างเต็มตัวของเธอเป็นเรื่องแรก จากบทหนังที่เธอรังสรรค์เองกับมือ แน่นอนว่าพล็อตและประเด็นก็ค่อนข้างใช้ได้ บนพื้นฐานสูตรสำเร็จตามสไตล์หนังวนลูปทั่วไป แต่ว่า..หลายท่วงท่ายังค่อนข้างขาดๆ เกินๆ เยอะไปหมด

ปัญหาหลัก ๆ และแผลใหญ่ ๆ ก็บทหนังที่เต็มไปด้วยสภาวะโคลงเคลง โครงสร้างบทเป็นส่วนประกอบที่คาดเดาได้ทุกอย่าง คิดตามได้ง่าย ๆ ทุกทาง จากสูตรสำเร็จที่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่อยู่แล้ว ต้องมาเผชิญหน้ากับอาการวนลูปซ้ำ ๆ ไปมาตลอดทั้งเรื่องแบบนี้ กลายเป็นการแตะต่อมหายนะของกลุ่มหนังวนลูป เพราะถ้าทำไม่ได้ แตะไปไม่ถึง ก็เท่ากับว่าหนังอาจจะต้องเผชิญหน้ากับความยุ่งเหยิงและผละคนดูออกจากหนัง เพราะยิ่งดูก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความล่องลอยของหนังเรื่องนี้ ทั้งที่ไม่ได้คาดหวังว่าจะสมเหตุสมผลใด ๆ ก็ตาม

องค์ประกอบงานสร้างก็จัดได้ว่าน่าผิดหวัง งานโปรดักชันดีไซน์แทบจะยกเอามาตรฐานจากกองถ่ายละครมาอยู่ในหนังเรื่องนี้ ฉากและเซ็ตติ้งต่าง ๆ ค่อนข้างดูเป็นการจัดสร้างไปแทบจะทั้งหมด มุมภาพมุมกล้องก็ไม่ได้อภิรมย์เข้ากับหมวดหนังโรแมนซ์สักเท่าไหร่ แม้ว่าหนังจะพยายามใส่สูตรของความเป็นหนังรอมคอมทั่ว ๆ ไป เต็มไปด้วยความฟุ้งความเพ้อฝัน ขณะที่การจัดแสงและฉาดสีก็ทำได้ไม่ดีนัก ต้องหักคะแนนไปค่อนข้างเยอะ เป็นส่วนที่ทำให้นักแสดงนำของเราดูไม่ดีเพราะเทคนิคอะไรแบบนี้

“เต้ย จรินทร์พร” กับ “เกรท วรินทร” ที่ตอนแรกก็คิดว่าพวกเขาน่าจะเป็นคู่เคมีที่น่าประทับใจ แต่ปรากฏว่าสตอรี่และเส้นเรื่องรายล้อมของหนังแทบจะไม่ส่งเสริมให้พวกเขาเป็นคู่สร้างคู่สมที่เปล่งประกายได้เลย ด้วยความหนังมีพล็อตที่ประหลาด ๆ เต็มไปด้วยความฟุ้งเฟ้อเกินจำเป็นไปหมด กลายเป็นบทที่ออกมาในลักษณะละครเกินไป ไม่ได้มีชั้นเชิงหรือมิติมากมายแบบที่หนังสักเรื่องควรจะเป็น เต้ยก็พยายามมาก ๆ ที่จะเข้าถึงจังหวะคอมเมดี้ แต่ว่าความพยายามของเธอก็ยังไปไม่ถึงจริง ๆ แม้ว่าอินเนอร์ในพาร์ทโรแมนซ์น่ารักยังคงได้ดีตามสูตรของเธอ