นี่ก็คือ หนังญี่ปุ่น ที่สร้างปรากฏการณ์บนบ็อกซ์ออฟฟิศได้แบบตีคู่มากับอนิเมะ Demon Slayer the Movie: Infinity Castle ที่ก่อให้เกิดเป็นมหึมาความยิ่งใหญ่ในวงการหนังญี่ปุ่นในรอบปีนี้ กับหนังที่จัดได้ว่าเป็นการตีแผ่อีกหนึ่งสมบัติแห่งชาติของญี่ปุ่น ด้วยการร้อยเรียงเรื่องราวการแสดงละครโบราณที่เรียกกันว่า คาบูกิ ออกมาเป็นหนังเรื่องยิ่งใหญ่ Kokuho ที่บัดนี้กวาดรายได้ในญี่ปุ่นมุ่งหน้าสู่ 2 หมื่นล้านเยน กลายเป็นหนังคนแสดงของญี่ปุ่นในรอบกว่า 20 ปีที่ทำสถิติแบบนี้ขึ้นได้
คิคุโอะ เด็กหนุ่มที่เติบโตอยู่ในครอบครัวผู้ทรงอิทธิพล แก๊งยากูซ่า Kokuho ในนางะซากิ ในช่วงหลังจากที่ญี่ปุ่นผ่านพ้นวิกฤตแห่งสงครามและเศรษฐกิจกำลังฟื้นฟูเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่โชคชะตาที่แปลกประหลาดได้หักเหชีวิตของเขาได้ก้าวเข้าไปสู่วังวนโลกของนักแสดงละครคาบูกิ การแสดงละครโบราณของญี่ปุ่นที่สืบทอดกันมาช้านาน ด้วยการอุปถัมภ์ของ ฮันจิโร ฮานะอิ บรมครูละครคาบูกิที่ฟูมฟักฝึกสอนให้กับเขาอย่างเคี่ยวเข็น
โดยเขาถูกฝึกและทำการแสดงมาพร้อม ๆ กับ ชุนสุเกะ โองะกิ ทายาทสายเลือดตรงที่เป็นผู้สืบทอด แต่คิคุโอะต้องเผชิญหน้ากับช่วงชีวิตที่คาดเดาไม่ได้ เพราะมีเส้นทางขึ้นสุดก็ย่อมมีห้วงเวลาด่ำดิ่งลงสุด แต่พรสวรรค์ทางการแสดงกับความทะเยอทะยานที่อยากจะเป็นนักแสดงละครคาบูกิแถวหน้าของวงการของเขา ได้เป็นแรงผลักดันให้จิตวิญญาณของเขาเบ่งบานไม่รู้ร่วงโรยนี่คือผลงานมาสเตอร์พีชเรื่องใหม่ล่าสุดของผู้กำกับญี่ปุ่นเชื้อสายเกาหลี อีซางอิล
ที่มาพร้อมกับความพรั่งพรูพรรณาสาธยายถึงวัฒนกรรมและความละเมียดละไมในโลกของการแสดงละครคาบูกิอันเก่าแก่ได้แบบทำถึง ออกมาเป็น หนัง ที่มีความยาวเกือบ 3 ชั่วโมงเต็มที่ไม่อาจจะละสายตาออกไปจากซีนใด ๆ ได้เลย พร้อมกับถาโถมเข้ามาเป็นหนังญี่ปุ่นเรื่องประทับใจเรื่องใหม่ในหัวใจผู้ชมหลาย ๆ คนไปโดยปริยาย เพราะแนวคิดและแนวทางงานสร้างที่ทำได้ถึงในทุก ๆ องค์ประกอบจริงๆ ที่ดูแบบผิวเผินจากหน้าหนังแล้ว อาจจะไม่ได้ดึงดูดใจต่างชาติอย่างเรา ๆ มากนัก เพราะคิดว่าน่าจะเป็นการแสดงที่เข้าถึงกับคนท้องถิ่นมากกว่า
แต่หลายเป็นว่าหนังเต็มไปด้วยข้อความและสารที่ยิ่งใหญ่ในระดับสากลกว่าที่คิด พร้อมกับเลือกที่จะทำหน้าที่เป็นสื่อชอฟต์พาวเวอร์ ในการเผยแผ่ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงพื้นที่ของญี่ปุ่นออกมาให้คนต่างชาติได้เข้าถึงมากยิ่งขึ้น และหนังเรื่องนี้ก็ตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้ค่อนข้างน่าประทับใจและกินใจเป็นอย่างดีต้องยอมรับตรง ๆ ว่าผู้เขียนแทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับละครคาบูกิสักเท่าไหร่ แต่หนังเรื่องได้ทำการเปิดโลก ราวกับจับมือพาไปสำรวจมุมมองต่าง ๆ ของศิลปะศาสตร์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งที่การแสดงนี้คือเอกลักษณ์โดดเด่นของญี่ปุ่นที่ใครๆ ก็มักจะผ่านตา
และคุ้นหูกับเสียงการแสดง แต่กลับยังไม่เคยรู้จักได้อย่างถ่องแท้ ครั้งหนึ่งยังเคยคิดอยู่เลยว่าการแสดงละครญี่ปุ่นแบบนี้ ตัวละครงดงามจริง ๆ โดยเฉพาะตัวนางที่น่าหลงใหล แต่หารู้ไม่ว่านี่คือละครที่ทำการแสดงได้เฉพาะแต่ผู้ชายเท่านั้นหนังได้ดัดแปลงสร้างมาจากนิยายขายดีชื่อเดียวกันของ “ชูอิจิ โยชิดะ” ที่ได้มือเขียนบทระดับตำนานของญี่ปุ่น “ซาโตโกะ โอกุเดระ” มารับหน้าที่ปั้นบทหนังเรื่องนี้ออก ที่ต้องยอมรับว่าอัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่เฉียบคมและคมคาย แม้ว่าจะกินเวลานานเกือบ 3 ชั่วโมง แต่กลับพบว่าเป็นองค์ประกอบที่เหมาะเจาะ
และยังจำเป็นในการต่อเติมส่วนต่าง ๆ ของหนังในสมบูรณ์ นี่คือบทหนังที่ร่างขึ้นมาจากพื้นฐานโครงการพล็อตเรื่องที่อาจจะไม่ได้หวือหวาอะไร แต่กลับแต่งเติมและสร้างมิติในทุก ๆ แง่มุมออกมาได้อย่างจัดจ้านถึงแก่น คลุกเคล้าไปด้วยบริบทที่ยิ่งใหญ่ที่หอบสมบัติแห่งชาติเอาในมือ

