คนซื่อบื้อ เมื่อความแสบระดับตำนานกลับมาป่วนโลกแอนิเมชัน ความรั่วของที่ฮาจนหยุดไม่อยู่!ถ้าพูดถึงชื่อนักเขียน Roald Dahl แฟนวรรณกรรมทั่วโลกคงนึกถึงความมหัศจรรย์อย่าง Charlie and the Chocolate Factory หรือ Matilda แต่ในปี 2025 นี้ Netflix และสตูดิโอฝีมือฉกาจได้หยิบเอาผลงานที่ “สกปรกที่สุด” และ “เกรียนที่สุด” ของเขาอย่าง The Twits หรือชื่อภาษาไทยคือมาเนรมิตเป็นแอนิเมชันฟอร์มยักษ์ที่ขอบอกเลยว่า… งานภาพสวยสะใจ แต่พฤติกรรมตัวละครนั้น “สุดจะทน” จริงๆ
- สตูดิโอ: Netflix Animation / Jellyfish Pictures
- กำกับโดย: Phil Johnston (จากผู้เขียนบท Wreck-It Ralph และ Zootopia)
- สร้างจากวรรณกรรมของ: Roald Dahl
เล่าเรื่องราวของ มิสเตอร์ทวิต (Mr. Twit) ชายผู้มีเคราหนาเตอะที่เต็มไปด้วยเศษอาหารเน่าเสีย และ มิสซิสทวิต (Mrs. Twit) ภรรยาหน้าตาอัปลักษณ์ที่มีนิสัยขี้แกล้งไม่แพ้กัน ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านที่ไม่มีหน้าต่างและเต็มไปด้วยกับดัก งานอดิเรกหลักของพวกเขาก็คือการ “กลั่นแกล้งกันเอง” ด้วยวิธีที่พิสดารสุดๆ เช่น การเอาลูกแก้วไปใส่ในแก้วน้ำ หรือการต่อขาเก้าอี้ให้ยาวขึ้นเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามคิดว่าตัวเองหดตัว!
ทว่าความซื่อบื้อที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจของพวกเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในบ้าน เพราะพวกเขายังชอบรังแกเหล่าสัตว์น่าสงสาร ทั้งครอบครัวลิงที่ถูกบังคับให้ยืนกลับหัว และนกที่ถูกจับมาทำพาย แต่แล้ววันหนึ่ง เมื่อพวกเขาวางแผนจะสร้างสวนสนุกที่น่ากลัวที่สุดในโลกขึ้นมา เหล่าสัตว์และตัวละครรอบข้างจึงต้องรวมพลังกันเพื่อ “เอาคืน” สองผัวเมียคู่นี้ให้เข็ดหลาบ!

1. งานภาพสไตล์ “เลอะเทอะแต่ล้ำสมัย”
จุดเด่นที่เห็นชัดที่สุดคือ Art Style ครับ ทีมงานเลือกใช้ลายเส้นที่มีความขรุขระ ไม่เนียนกริบ เพื่อให้เข้ากับคาแรกเตอร์ของตระกูลทวิตที่ขึ้นชื่อเรื่องความสกปรก แต่ในความสกปรกนั้นกลับเต็มไปด้วยรายละเอียดที่น่าทึ่ง ทั้งเศษคราบอาหารในเครา หรือการแสดงออกทางสีหน้าที่ “กวนประสาท” จนคนอ่าน (และคนดู) ต้องหมั่นไส้
2. การตีความใหม่ที่ขยายจักรวาลให้กว้างขึ้น
ในหนังสือดั้งเดิมอาจจะเป็นเรื่องสั้นๆ แต่ในเวอร์ชัน 2025 นี้ Phil Johnston ผู้กำกับมือทองได้ขยายเรื่องราวให้มีมิติมากขึ้น มีการเพิ่มตัวละครใหม่ๆ และปมความสัมพันธ์ที่ทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมสองคนนี้ถึงได้ “ซื่อบื้อ” และร้ายกาจได้ขนาดนี้ พร้อมแทรกมุกตลกเจ็บตัว (Slapstick Comedy) ที่เรียกเสียงฮาได้ตลอดทั้งเรื่อง

● กฎแห่งแรงดึงดูดของ “ความคิดลบ”
หนึ่งในข้อคิดที่โด่งดังที่สุดจากต้นฉบับคือ “หากคุณมีความคิดที่ชั่วร้าย มันจะสะท้อนออกมาที่ใบหน้าจนดูอัปลักษณ์” ซึ่งแอนิเมชันเรื่องนี้ถ่ายทอดออกมาได้เห็นภาพชัดเจนมากครับ เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวละครที่สะท้อนถึงกมลสันดานข้างใน เป็นบทเรียนสอนใจเด็กๆ (และผู้ใหญ่) ได้อย่างแนบเนียนผ่านความตลก
● สงครามความกวนประสาทที่ “ครีเอทีฟ” สุดๆ
ใครที่ชอบดูฉากวางแผนแกล้งกันแบบพิลึกพิลั่น เรื่องนี้คือที่สุดครับ ตั้งแต่มุกเบสิกไปจนถึงแผนการซับซ้อนที่ต้องใช้ทั้งสัตว์และสิ่งของมาประกอบกัน การดูมิสเตอร์และมิสซิสทวิตพยายามเอาชนะกันเองคือความบันเทิงระดับ 5 ดาวที่หาไม่ได้จากแอนิเมชันสายคลีนเรื่องอื่น
● พลังเสียงพากย์ที่ทำให้ตัวละครมีชีวิต
ด้วยทีมนักแสดงแถวหน้าที่มาให้เสียงพากย์ (Voice Cast) ทำให้ตัวละครที่มีนิสัยสุดโต่งเหล่านี้ดูมีมิติ มีความน่ารำคาญที่น่าเอ็นดู และมีความร้ายที่ทำให้เราอยากลุ้นให้ถูกเอาคืน จังหวะการรับส่งมุกในเรื่องทำออกมาได้ลื่นไหลเหมือนดูละครเวทีบวกการ์ตูนแอ็กชัน
The Twits (2025) คือแอนิเมชันที่ทำหน้าที่เป็นจดหมายรักฉบับใหม่ถึง Roald Dahl มันไม่ได้พยายามจะสวยหรู แต่พยายามจะ “จริงใจ” ผ่านความวายป่วงและความสกปรกมอมแมม เป็นหนังที่ดูสนุกกันได้ทั้งครอบครัว เด็กๆ จะหัวเราะกับความเปิ่นของตัวละคร ส่วนผู้ใหญ่จะได้สนุกไปกับชั้นเชิงการเล่าเรื่องและมุกจิกกัดที่แสบทรวง
นี่คือภาพยนตร์ที่พิสูจน์ว่า บางครั้งความสนุกที่แท้จริงก็มาจากการได้เห็นคนซื่อบื้อสองคนแกล้งกันเองจนหน้าหงาย!
สรุปคะแนน: 8.5/10 (หักคะแนนนิดเดียวตรงที่บางฉากอาจจะดู “แหวะ” ไปนิดสำหรับคนขวัญอ่อน แต่อรรถรสล้วนๆ ครับ!)

