Barbie in Rock n Royals (2015) บาร์บี้ กับแคมป์ร็อคเจ้าหญิงซูเปอร์สตาร์

Barbie in Rock n Royals

หากพูดถึงแอนิเมชันบาร์บี้ในยุคโมเดิร์นที่ฉีกกฎความเป็นเจ้าหญิงแบบเดิมๆ แต่ยังคงความสดใสและพลังบวกไว้เต็มเปี่ยม เชื่อว่า Barbie in Rock ‘n Royals หรือชื่อไทย บาร์บี้กับแคมป์ร็อคเจ้าหญิงซูเปอร์สตาร์ ต้องติดโผอันดับต้นๆ ในใจแฟนคลับแน่นอน วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนกลับไปดูว่าทำไมหนังภาคนี้ถึงยังคงครองใจผู้ชม และมีดีมากกว่าแค่การร้องเพลง


  • สตูดิโอผู้สร้าง: Mattel Playground Productions
  • ผู้กำกับ: Karen J. Lloyd
  • ปีที่ฉาย: 2015
  • แนวภาพยนตร์: แอนิเมชัน / มิวสิคัล / ครอบครัว

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ คอร์ทนีย์ (Courtney) เจ้าหญิงผู้เรียบร้อยและเคร่งครัดในระเบียบวินัย กำลังจะเดินทางไปเข้าค่าย “แคมป์รอยัล” (Camp Royalty) เพื่อฝึกฝนการเป็นเจ้าหญิงที่ดี ในขณะเดียวกัน เอริก้า (Erika) ร็อคสตาร์สาวสุดเท่ผู้รักอิสระ ก็กำลังมุ่งหน้าไป “แคมป์ป๊อป” (Camp Pop) เพื่อร่วมงานดนตรีสุดมันส์

แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลก (หรืออาจจะเป็นความสะเพร่าของเจ้าหน้าที่) เมื่อทั้งคู่ถูกสลับเรือกัน! เจ้าหญิงคอร์ทนีย์ต้องไปโผล่ท่ามกลางกลุ่มชาวร็อค ส่วนเอริก้าต้องไปติดอยู่ในวังวนของมารยาทเจ้าหญิงสุดเป๊ะ ท่ามกลางความขัดแย้งของสองแคมป์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามทะเลสาบ ทั้งคู่ต้องพยายามปรับตัวและทำความเข้าใจโลกที่แตกต่าง เพื่อหยุดยั้งแผนการปิดค่ายของครูฝึกจอมเฮี้ยบ


Barbie in Rock n Royals

1. คอนเซปต์ “สลับตัว” ที่สะท้อนตัวตนได้ลึกซึ้ง

พล็อตสลับตัวอาจจะดูซ้ำซาก แต่ใน Rock ‘n Royals มันถูกนำมาใช้เพื่อบอกว่า “เราไม่จำเป็นต้องเป็นในสิ่งที่คนอื่นคาดหวังเสมอไป” คอร์ทนีย์พบว่าเธอก็มีความกล้าหาญและเสียงร้องที่ทรงพลังในแบบร็อค ส่วนเอริก้าก็ได้เรียนรู้ว่าการมีระเบียบวินัยและความอ่อนนโยนก็เป็นเสน่ห์ที่ยอดเยี่ยม การก้าวออกจากเซฟโซน (Comfort Zone) คือหัวใจหลักที่หนังเรื่องนี้สื่อสารออกมาได้ดีมาก

2. เพลงประกอบระดับบิลบอร์ด (ในใจแฟนๆ)

ขึ้นชื่อว่าบาร์บี้ยุคใหม่ เพลงประกอบคือ “The Best” ของจริง! ภาคนี้เน้นแนว Pop-Rock ที่ติดหูสุดๆ โดยเฉพาะเพลงเปิดตัวอย่าง “Raise Our Voices” และเพลงปิดสุดประทับใจอย่าง “Unlock Your Knight” ที่สื่อถึงการปลดปล่อยพลังในตัวเอง นอกจากทำนองจะสนุกแล้ว เนื้อหายังเน้นเรื่องความสามัคคีและการร่วมมือกัน

3. งานภาพและดีไซน์ที่ “สวยตะโกน”

สีสันในภาคนี้คือความขัดแย้งที่ลงตัว ระหว่าง สีชมพู/ทอง ของฝั่งเจ้าหญิง และ สีม่วง/น้ำเงิน/เงิน ของฝั่งชาวร็อค ดีไซน์ชุดในเรื่องนี้ถือเป็นไฮไลท์ โดยเฉพาะชุดราตรีที่สามารถ “หมุนสลับ” กลายเป็นชุดนักร้องนำได้ในวินาทีเดียว ซึ่งกลายเป็นของเล่นยอดฮิตของเด็กๆ ทั่วโลกในช่วงนั้นด้วย

4. มิตรภาพที่ก้าวข้ามกำแพงความอคติ

คู่ปรับอย่างแคมป์รอยัลและแคมป์ป๊อปมองกันและกันด้วยสายตาเหยียดหยามในตอนแรก แต่เมื่อคอร์ทนีย์และเอริก้าเริ่มเปิดใจ พวกเขาก็ทำให้ทุกคนเห็นว่า “ความแตกต่างคือความสวยงาม” หนังตั้งคำถามกับเราว่า ทำไมเราต้องแบ่งฝั่งกัน ในเมื่อเราสามารถสร้างเสียงดนตรีที่ไพเราะกว่าได้ด้วยการเล่นด้วยกัน?


สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้อ่านเพลินและดูสนุก คือจังหวะการเล่าเรื่องที่รวดเร็ว ไม่เยิ่นเย้อ มีตัวละครสมทบที่สร้างสีสัน (เช่น เพื่อนร็อคสตาร์สุดกวน และเพื่อนเจ้าหญิงที่แอบแสบ) รวมถึงการลุ้นว่าความลับเรื่องการสลับตัวจะถูกเปิดเผยเมื่อไหร่ และพวกเขาจะช่วยค่ายจากการถูกยุบได้อย่างไร

มุมมองนักวิจารณ์: Barbie in Rock ‘n Royals ไม่ได้เป็นแค่การ์ตูนขายของเล่น แต่มันคือจดหมายรักถึงเด็กสาว (และเด็กหนุ่ม) ทุกคนที่รู้สึกว่าตัวเอง “ผิดที่ผิดทาง” มันบอกเราว่าไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน หากเรามีแสงสว่างในตัวเอง เราจะเปล่งประกายได้เสมอ


บาร์บี้ กับแคมป์ร็อคเจ้าหญิงซูเปอร์สตาร์ หากคุณกำลังมองหาแอนิเมชันที่ดูแล้วอารมณ์ดี มีเพลงเพราะๆ ให้ฮัมตาม และมีข้อคิดดีๆ เรื่องการยอมรับความแตกต่างคือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบครับ ไม่ว่าจะดูคนเดียวเพื่อย้อนวัย หรือดูพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัว ก็รับรองว่าจะได้รับพลังงานบวกกลับไปอย่างแน่นอน!

https://youtu.be/ufEsnXeoAHY?si=IKkwDMd_MZ5Hq692