Starsand Island ใช้ชีวิตบนเกาะสวรรค์ รังสรรค์ทุกสิ่งที่คุณรัก

Starsand Island

 Starsand Island หลบหนีความวุ่นวาย ไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์บนเกาะสวรรค์ที่คุณสร้างเองได้!ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่โหยหาเสียงคลื่น อยากสัมผัสผืนทรายสีขาว และเบื่อหน่ายกับชีวิตในเมืองที่เร่งรีบ คือ “ตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียว” ที่จะพาคุณไปสู่โลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความสดใส เกมแนว Life Simulation กลิ่นอายละมุนตาเกมนี้กำลังกลายเป็นที่พูดถึงในฐานะเกมที่ “ฮีลใจ” ที่สุดเกมหนึ่งแห่งปี

  • ผู้พัฒนา/สตูดิโอ: Creativision Studio
  • แนวเกม: Open-world Life Sim
  • แพลตฟอร์ม: PC (Steam) และเครื่องคอนโซลในอนาคต

🏝️ เรื่องราวเริ่มต้น: เมื่อ “หัวใจ” ต้องการการพักผ่อน

เนื้อเรื่องของเรียบง่ายแต่เข้าถึงใจคนทำงานสุดๆ เราจะได้รับบทเป็นตัวเอกที่ตัดสินใจทิ้งชีวิตอันวุ่นวายมายังเกาะที่ชื่อว่าเกาะที่ดูเหมือนจะหยุดเวลาไว้ด้วยความสวยงามของธรรมชาติ แต่ที่นี่ไม่ใช่แค่เกาะร้างธรรมดา เพราะมันเต็มไปด้วยมิตรภาพ ความลับของท้องทะเล และโอกาสที่คุณจะได้รังสรรค์ “บ้านในฝัน” ขึ้นมาด้วยมือของคุณเอง


Starsand Island

1. งานภาพสไตล์ Studio Ghibli ที่สวยจนลืมหายใจ

สิ่งแรกที่เตะตาที่สุดคือ Art Style ครับ เกมนี้เลือกใช้โทนสีพาสเทลและลายเส้นที่ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังหลุดเข้าไปในแอนิเมชันของ Studio Ghibli แสงแดดที่ตกกระทบผิวน้ำ ทุ่งหญ้าที่พริ้วไหวตามลม และท้องฟ้าในยามเย็นที่เปลี่ยนสีอย่างอ่อนโยน ทำให้การเดินเล่นเฉยๆ ในเกมนี้ก็ถือเป็นการพักผ่อนแล้ว

2. อิสระในการ “รังสรรค์” ที่ไร้ขีดจำกัด

สมกับสโลแกน “รังสรรค์ทุกสิ่งที่คุณรัก” เพราะระบบ Building ของเกมนี้ทำออกมาได้ละเอียดมาก คุณไม่ได้แค่ทำฟาร์มปลูกผัก แต่คุณสามารถออกแบบบ้าน ตกแต่งสวน จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้ตามใจชอบ ตั้งแต่บ้านพักริมหาดสไตล์มินิมอล ไปจนถึงคฤหาสน์หรูบนเนินเขา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจินตนาการของคุณ

3. ระบบนิเวศและกิจกรรมที่หลากหลาย

เบื่อปลูกผักเหรอ? ไปตกปลาซิ! หรือจะออกสำรวจถ้ำลึกลับใต้ทะเลลึกก็ได้ ระบบ Weather System ในเกมนี้ส่งผลต่อการเล่นจริงจัง ฝนตกอาจจะทำให้พืชโตไว แต่ก็อาจจะพบปลาหายากที่ปรากฏตัวเฉพาะตอนพายุเข้าเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีระบบจับแมลง และการสะสมของหายากเพื่อนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ (สายสะสมบอกเลยว่าเพลินจนลืมเวลานอน)

4. สังคมบนเกาะที่อบอุ่น (NPC ที่มีชีวิตจิตใจ)

เหล่าชาวเมืองบนเกาะ Starsand ไม่ใช่แค่ตัวละครที่ยืนนิ่งๆ รอรับเควสต์ แต่ละคนมีตารางชีวิต มีความชอบ ความเกลียด และปูมหลังที่น่าสนใจ การได้พูดคุย พัฒนาความสัมพันธ์ หรือแม้กระทั่งการ “ตกหลุมรัก” กับ NPC ในเกมนี้ ถูกเขียนบทออกมาได้ละเมียดละไม ทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนี้จริงๆ

5. ความลับของเกาะและตำนานลึกลับ

ภายใต้ความสงบสุข เกาะแห่งนี้ยังมีความลับซ่อนอยู่ตามโบราณสถานเก่าแก่ การแก้ไขปริศนา (Puzzles) เล็กๆ น้อยๆ เพื่อปลดล็อกพื้นที่ใหม่หรือไอเทมพิเศษ ช่วยเพิ่มรสชาติให้เกมไม่จืดชืดจนเกินไป เป็นการผสมผสานระหว่างเกมแนวใช้ชีวิตและเกมผจญภัยได้อย่างลงตัว


หลังจากที่ได้ใช้เวลาบนเกาะแห่งนี้ไปหลายสิบชั่วโมง สิ่งที่สัมผัสได้คือ “ความใจเย็น” ของตัว ไม่กดดันให้คุณต้องทำเควสต์ให้เสร็จภายในวันเดียว ไม่มีการลงโทษหากคุณอยากจะนั่งดูพระอาทิตย์ตกเฉยๆ ทั้งวันระบบ Crafting ทำออกมาได้เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนจนปวดหัว อินเตอร์เฟซ (UI) สะอาดตา และดนตรีประกอบที่ใช้เสียงเปียโนนุ่มๆ คลอไปกับเสียงคลื่น เป็นอะไรที่ลงตัวที่สุดสำหรับใครที่อยากคลายเครียดจากการทำงาน”ถ้า Stardew Valley คือชีวิตในชนบทที่แสนอบอุ่น Starsand Island ก็คือวันหยุดพักร้อนระยะยาวที่ไม่มีวันสิ้นสุด”


เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ:

  • คนที่ชอบเกมแนว Animal Crossing หรือ My Time at Sandrock
  • คนที่รักการแต่งบ้านและการออกแบบ
  • คนที่ต้องการเกมที่ไม่มีความรุนแรง และเน้นความเพลิดเพลินทางสายตา

แม้ว่าในช่วงแรกอาจจะรู้สึกว่าตัวละครเดินช้าไปนิด หรือการเก็บทรัพยากรบางอย่างต้องใช้ความอดทน แต่เมื่อคุณเริ่มสร้างบ้านหลังแรกเสร็จ และเริ่มเห็นชุมชนเติบโตขึ้น คุณจะพบว่าความพยายามนั้นคุ้มค่าทุกวินาที

คะแนนรีวิว: 9/10 (Must Play สำหรับสาย Cozy Game!)