รีวิวหนัง “Elio เอลิโอ” ไม่ได้คาดหวัง แต่ก็เพลินกับสูตรจอยอวกาศแห่งความพิกซาร์ได้อยู่

Elio เอลิโอ

กลายเป็นธรรมเนียมประจำฤดูร้อนทุกปีไปแล้ว กับการอ้าแขนต้อนรับผลงานแอนิเมชันเรื่องใหม่จากพิกซาร์ ที่มักจะวางคิวฉายทุก ๆ ซัมเมอร์ในทุกปี สำหรับปีนี้เป็นคิวของ เอลิโอ ผลงานออริจินัลเรื่องล่าสุดที่มาพร้อมกับการผลักดันทีมนักแสดงรุ่นใหม่ และไอเดียคอนเทนท์การผจญภัยที่อาจจะไม่ยิ่งใหญ่แต่ทรงพลังไม่เบาเอลิโอ หนุ่มน้อยผู้เต็มไปด้วยจิตนาการ ถูกพาตัวไปยังคอมมูเวิร์ส ซึ่งเป็นองค์กรข้ามดวงดาวที่มีตัวแทนจากทั่วทั้งกาแล็คซีอันไกลโพ้น แต่เมื่อองค์กรนี้เข้าใจผิดว่าหนุ่มน้อยคนนี้เป็นตัวแทนของโลก เอลิโอ ที่ไม่ได้เตรียมตัวต้องเจอกับความกดดันเช่นนี้ จึงต้องสานสัมพันธ์กับเหล่ามนุษย์ต่างดาวสุดแปลกประหลาด รวมไปถึงเอาตัวรอดจากบททดสอบสุดโหดหินเพื่อที่จะค้นพบตัวตนของเขาคือใครกันแน่

พิกซาร์ได้ทำการผลักดัน แอนิเมเตอร์ รุ่นใหม่สู่การเป็นนักสร้างหนังอย่างเต็มตัวนำทีมโดยเมเดอลีน ชาราเฟียน,โดมี ชีและเอเดรียน โมลินาที่ล้วนแต่เป็นนักสร้างที่คร่ำหวอดอยู่ในรังสรรค์ผลงาน การ์ตูนพิกซาร์ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาแม้ว่าจะดูเป็นหนังที่ดึงตัวนักสร้างมากันเยอะ จนดูค่อนข้างน่าเป็นห่วงแต่บอกเลยว่านี่อาจจะเป็นการรวมตัวของการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ที่หนักแน่นขึ้นด้วยไม่เพียงเท่านั้น Elio ยังได้ระดมทีมนักเขียนบทชั้นนำที่มีผลงานพิกซาร์หลาย ๆ เรื่องมาช่วยกันปลุกปั้นเรื่องออกมาผลลัพธ์ที่ออกมานั้นก็อาจจะถือว่าเป็นหนังที่อยู่ในพื้นที่เซฟโซนที่คุ้นเคยของพิกซาร์ ทังรูปแบบและองค์ประกอบต่างๆอาจจะไม่ได้แปลกใหม่นัก ยังคงร้อยเรียงสตอรี่ได้ชวนประทับใจแล้วยังมาพร้อมกับประเด็นที่ลึกซึ่งกับเรียกน้ำตาคนดูได้เป็นอย่างดีแต่ทว่าทุกๆส่วนก็ยังคงวนอยู่ในอ่างเดิมของพิกซาร์นั่นเอง

บอกตามตรงงว่า Elio น่าจะเป็นหนังพิกซาร์ที่หน้าหนังทำให้รู้สึกค่อนข้างเฉยๆ ไปสักหน่อยอาจจะไม่ได้มีเสน่ห์ที่น่าดึงดูดขนาดนั้น แต่นั้นอาจจะเป็นการการตัดสินใจจากรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น เพราะเมื่อลองสัมผัสเนื้อแท้ภายในจริงๆ ก็พบว่าหนังยังมีลูกเล่นและเสน่ห์ที่คุ้นเคยของพิกซาร์อย่างอบอวล แม้ว่าจะไม่ได้ฟุ้งกระจายอู้ฟู่แบบหนังพิกซาร์ในอดีตที่คุ้นเคยและคุ้นชินที่ผ่านมาประเด็นเกี่ยวกับอวกาศและกาแลคซี่ในหนังอาจจะดูเนิร์ดไปหน่อย แต่หนังก็ใส่ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องนอกโลกเข้ามาได้อย่างหนักแน่นเต็มไปด้วยข้อมูลที่มีชั้นเชิงที่ดี เมื่อมาผูกเข้ากับเรื่องราวประเด็นรองก็สร้างปฏิกิริยาเชิงความกลมกล่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้ในพาร์ทบทหนังและเส้นเรื่องของหนังเรื่องนี้ยังค่อนข้างแข็งแรงด้วยดี

ทางด้านงานสร้างก็ต้องยอมรับว่าพิกซาร์ยังรักษามาตรฐานตัวเองเอาไว้ดีคนดูจะยังตื่นตาตื่นใจไปกับเทคนิคแอนิเมชันที่น่าพิสมัยของพวกเขาได้อย่างชวนว้าว แม้ว่ามันจะยังไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่มากนักแต่อย่างน้อยๆ งานสร้างรายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครในชั้นอวกาศนอกโลกก็รังสรรค์ออกมาได้โดดเด่นเพียงแต่ว่าการแต่งเติมและสร้างมิติให้กับแต่ละคาแรกเตอร์นั้นๆ อาจจะยังไม่เข้มแข็งเพียงพอน่าเสียดายที่ Elio เรื่องนี้อาจจะไม่ได้โดดเด่นในมุมมองพาร์ทการให้เสียงมากนักเพราะนอกจาก “โซอี้ ซัลดานา” ที่เป็นคนดังคนเดียวที่นำทีมพากย์เรื่องนี้เสียงในตัวละครอื่นๆ ก็เป็นหน้าใหม่เสียงใหม่แทบจะทั้งสิ้นโชคดีที่งานพากย์ที่ถึงจะไม่โดดเด่นและยังรักษามาตรฐานเอาไว้ได้ดี “โยนาส คิเบรป” หรือ “เรมี เอ็ดเกอร์ลี”นักแสดงเด็กรุ่นใหม่ก็ทำหน้าที่เป็นเงาเสียงที่ดี ร่วมด้วย “แบรด การ์เร็ตต์”, “จามีลา จามิล” และ “แบรนดอน มูน” ที่มาช่วยเติมเต็มในส่วนนี้ได้ใช้ได้เช่นเดียวกัน