รีวิวหนัง “Drop รับคำสั่งตาย” ว้าวเกินเบอร์! คริสโตเฟอร์ แลนดอน ชื่อนี้ไม่ทำให้ผิดหวังจริง

Drop
Drop

นี่น่าจะเป็น หนังระทึกขวัญ ที่มีกลิ่นอายความโรแมนซ์เลี่ยน ๆ ปะปนที่เราแทบจะไม่ได้ยินและเห็นกระแสพูดถึงใด ๆ เลยด้วยซ้ำ การโปรโมตเงียบเชียบเกินไป หรือว่ามันจะเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดของเรื่องนี้กันนะ สำหรับ Drop รับคำสั่งตาย หนังชวนลุ้นจากผู้สร้างหนังระทึกที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ที่กลับมาคราวนี้ยังคงจับงานถนัดมือ และมากับผลลัพธ์ที่เรากล้าบอกได้เลยว่า..เกินเบอร์จริง ๆ

ไวโอเลต แม่ม้ายสาวลูกติดรู้สึกตื่นเต้นที่เธอมีนัดเดตกับชายหนุ่มหล่อเหลาที่ชื่อ เฮนรี หลังจากที่พบและพูดคุยกันผ่านแอปมาได้สักพัก แต่ปรากฏว่าการเดตครั้งนี้ถูกคลื่นแทรกรบกวน เมื่อโทรศัพท์เธอมีคนพยายามส่งแอร์ดร็อปมาให้ตลอด และเมื่อลงตัวลงล็อกสู่เกมของมัน เธอก็พบว่าลูกของเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย ที่เธอจะต้องทำตามคำสั่งที่บุคคลปริศนาส่งมา นั่นก็คือต้องลงมือฆ่าคู่เดตของเธอเสีย นี่คือผลงานล่าสุดของนักสร้างหนัง Drop รับคำสั่งตาย ที่จัดได้ว่าเป็นตัวพ่อหนังเขย่าขวัญ อย่าง “คริสโตเฟอร์ แลนดอน” จากหนังชุด Happy Death Day ทั้ง 2 ภาค ที่มากำกับจากบทหนังของคู่หู “จิลเลียน เจคอบส์” และ “คริส รอช”

จาก Truth or Dare ที่กลายเป็นหนังทริลเลอร์ที่สามารถบีบคั้นอารมณ์ผู้ชมได้อย่างชวนชมและประทับใจแบบเกินคาดไม่น้อย ทั้งที่หลาย ๆ องค์ประกอบจะไม่ได้แปลกใหม่เลยก็ตามทีงานกำกับของคริสโตเฟอร์ แลนดอน ก็ยังคงเต็มไปด้วยลูกเล่นแพรวพราวตามสไตล์ที่นักสร้างผู้นี้มักจะหยอดใส่ผลงานหนังชวนระทึกของเขา จนกลายเป็นลายเส้นที่เด่นชันไปเสียแล้ว ซึ่งใน Drop ก็ยังพกพาด้วยลูกเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เอกลักษณ์และความจึ้งในงานโปรดักชัน โดยเฉพาะการเล่าเรื่องในบางจุดที่จัดแสงและไฟให้มีลักษณะแบบสเตทละครเวที

ที่หยอกล้อเข้ากับมุมกล้องได้ดี และตรงกับจังหวะอารมณ์ในเหตุการณ์ของเรื่องอย่างลงตัวถึงแม้ในส่วนประกอบอื่น ๆ ใน Drop แทบจะไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่เลยสักนิด แต่กลับกลายเป็นหนังที่ให้ผลลัพธ์ที่สร้างอรรถรสให้กับคนดูได้อยู่หมัดตลอดทั้ง 90 นาที ต้องขอบคุณลีลาการเล่าเรื่องและบทหนังที่ประกอบเรื่องราวออกมาได้มัดใจด้วยดี โครงสร้างบทมีความเป็นทริลเลอร์สไตล์ฮิชค็อกเบา ๆ และไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย เล่นกับเทคโนโลยีปัจจุบันได้อย่างมีชั้นเชิง

เสน่ห์หลักของก็คือการเล่าเรื่องที่อาจจะค่อย ๆ ไล่ทีละสเต็ป ไปทีละระดับ แต่ทุกนาทีของหนังก็เต็มไปด้วยการเพิ่มพูนขึ้นการแรงกดดันที่มากขึ้น เป็นเหมือนกราฟอารมณ์ที่จูนติดกับคนดูได้เรื่อย ๆ กระทั่งสามารถเชื่อมต่อได้อย่างสมบูรณ์ในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเรื่อง ที่กลายเป็นฉากไคลแม็กซ์ที่ค่อนข้างทำออกมาได้ลุ้นระทึกและสนุกมาก ๆ เรื่องหนึ่ง ที่น่าจะทำให้ผู้ชมเกินปฏิกิริยาร่วมด้วยไม่ยาก

การได้เห็น หนังทริลเลอร์ ที่มีตัวละครหลักเป็นผู้หญิงเรื่องนี้ อาจจะทำให้ชวนนึกถึงฟีลในหนังระทึกบนเครื่องบินเมื่อสัก 20 ปีก่อน อย่าง Red Eye ที่ เรเชล แม็คอดัมส์ เคยแสดงเอาไว้ นั่นก็จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในหนังระทึกที่น่าประทับใจในรอบทศวรรษเลยทีเดียว และดูเหมือนว่าหนังนอกสายเรื่องนี้ก็สามารถเข้าไปอยู่ในเกณฑ์แบบเดียวกันนั้นได้อย่างสบาย ๆ เลยเช่นเดียวกัน

แม้ว่าหนังจะไม่ได้ใช้ทีมนักแสดงระดับดาราแถวหน้าเลยก็ตาม แต่กลายเป็นว่าเป็นแคสติ้งที่ลงตัวไม่น้อย “เม็กแฮน เฟยห์” กับการแสดงที่น่าจะเป็นบทนำในหนังเรื่องแรกของเธอ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าจากดาราละครน้ำเน่าเมื่อสิบปีก่อน ได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงด้วยฝีมือคนล่าสุดได้อย่างเปล่งประกาย กับความสามารถที่แบกรับตัวหนังทั้งเรื่องนี้เอาไว้ได้ง่ายดาย

ขณะที่ “แบรนดอน สเกลนาร์” หนุ่มมาดเข้มขวัญใจสาวๆ ในยุคนี้ หลังจากตกคนดูได้ดีจากหนังรักเรื่องดัง It Ends with Us ไปเมื่อปีก่อน เขาก็ยังใช้เสน่ห์บาดใจมาขับเคลื่อนหนังเรื่องนี้ เพิ่มเติมคือช่องจังหวะทางการแสดงที่ได้โชว์ฝีมือเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าจะยังรับหน้าที่เป็นส่วนซัพพอร์ตตัวละครนำหญิงอยู่เหมือนเดิมก็ตาม แต่เขาก็ทำหน้าที่เป็นผู้ตามและผู้ส่งเสริมที่เหมาะเจาะลงตัวดี