รีวิว Yasuke ยาสึเกะ ซามูไรแอฟริกา ฉบับแอ็กชั่นแฟนตาซี แฝงวิถีซามูไรแบบย่อยง่าย

Yasuke
Yasuke

 รีวิว Yasuke ยาสึเกะ ซามูไรแอฟริกา องครักษ์ของโนบุนางะที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เป็นฉบับ แอ็กชั่นแฟนตาซี กราฟฟิก CG ฉากแอ็กชั่นเพียบ เดินเรื่องสไตล์ซามูไรพ่อลูกอ่อน ผลงานโดยสตูดิโอ Mappa ซึ่งเป็นสตูดิโอเดียวกับที่สร้าง Attack on Titan ss4 สำหรับเรื่องราวของยาสึเกะ เป็นซามูไรผิวสีคนแรกและคนเดียวในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่มีตัวตนจริง มีชื่อถูกบันทึกไว้ในเอกสารประจำตระกูลโอดะ และมีเรื่องเล่ามากมาย เป็นที่แพร่หลายในโลกตะวันตก จนเป็นต้นแบบของซามูไรแอฟโฟร่ด้วย

Yasuke ยาสึเกะ ซามูไรแอฟริกา เรื่องราวของชายหนุ่มผิวสีร่างใหญ่จากแอฟริกาที่เดินทางมาในญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1579 พร้อมกับมิชชันนารีที่เข้ามาทำการเผยแผ่ศาสนาคริสต์และทำการค้าขายกับเหล่าไดเมียวในยุค “เซ็นโกคุ” ยุคสงครามกลางเมืองระหว่างแคว้นของเหล่าไดเมียวและซามูไร แล้วด้วยโชคชะตาเขาก็มีโอกาสได้พบกับ โอดะ โนบุนางะ ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลกว่าผู้อื่น

โนบุนางะประทับใจความสามารถและทัศนคติต่อเรื่องความมีเกียรติของชายผิวสีคนนี้มาก จึงได้ตั้งชื่อให้ว่า ยาสึเกะ แล้วด้วยความสามารถในการต่อสู้ และความแข็งแกร่งเหนือคนทั่วไปทำให้ยาสึเกะกลายเป็นองครักษ์คนสำคัญข้างกายโนบุนางะ ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในสามผู้ยิ่งใหญ่ที่ทำสงครามหมายรวมประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นผู้วางรากฐานคนแรกด้วยแต่แล้วในปี ค.ศ. 1582 โนบุนางะ กลับถูกอาเคจิ มิตสึฮิเดะ ทรยศ บุกโจมตีที่วัดฮอนโนจิ โนบุนางะจึงได้ทำฮาราคีรีตนเอง โดยมียาสึเกะรับคำสั่งเป็นผู้ลงมือบั่นศีรษะ ซึ่งถือว่าเป็นคำสั่งสุดท้ายที่เขาได้รับ

แม้ว่านั่นจะเป็นหน้าที่ทรงเกียรติตามคติของซามูไร แต่มันกลับกลายเป็นฝันร้ายของยาสึเกะผู้ภักดีต่อเจ้านายยิ่งชีพจากนั้น 20 ปีต่อมา หลังจากประเทศญี่ปุ่นถูกรวมเป็นหนึ่งได้แล้วภายใต้การนำของ โทกุงาวะ อิเอยาสึ แล้วตั้งรัฐบาลโชกุนขึ้นมาปกครองประเทศ ไม่มีสงครามเกิดขึ้นอีก ยาสึเกะ ซึ่งหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ได้หลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง ใช้ชีวิตแต่ละวันไปกับการดื่มสุรา การทำอาชีพจับปลา และช่วยเหลือผู้คนในหมู่บ้าน เป็นที่รักใคร่ของชาวบ้าน กระทั่งวันหนึ่ง สองแม่ลูก อิจิกะ

และซากิ ได้ขอร้องให้ยาสึเกะช่วยเป็นคนคุ้มกันพาซากิที่ล้มป่วยหนักเดินทางขึ้นเหนือไปหาหมอวิเศษ แม้ว่ายาสึเกะจะไม่เห็นด้วยก็ตาม อีกทั้งเขาในระหว่างคุ้มกันสองแม่ลูก เขายังพบตราสัญลักษณ์ที่ทำให้เขาหวนนึกถึงสหายเก่าคือ “นัตสึมารุ” ซามูไรหญิง หรือที่เรียกว่า อนนะบูเกอิชา ซึ่งพวกเขาเคยอยู่ในสังกัดของโนบุนางะด้วยกันแต่แล้วยาสึเกะก็พบว่า ซากิ มีความลับพิสดารซุกซ่อนไว้

และกำลังถูกกลุ่มคนที่มีพลังร้ายกาจตามล่าตัวอยู่ด้วยนั่นทำให้เขาถูกลากเข้ามาพัวพันกับการต่อสู้ที่ทำให้เขาต้องปลุกจิตวิญญาณนักรบกลับมา เพื่อการปกป้องชีวิตของผู้หญิงและเด็กอีกครั้งหนึ่งนอกจากนี้ยังมีความพยายามตีความเรื่องของวัฒนธรรมซามูไรของญี่ปุ่นกับเหล่านักรบในประวัติศาสตร์ยุคเซ็นโกคุอีกแง่มุมหนึ่ง และหลายประเด็นมีความร่วมสมัยกับโลกยุคปัจจุบันอย่างมาก ทำให้อนิเมะเรื่องนี้มีการแฝงนัยยะของการวิพากษ์และจิกกัดสังคมโลกเข้ามาด้วย

แต่ตัวเรื่องก็ไม่ได้เอาแต่วิพากษ์สังคมเป็นหลัก ส่วนหนึ่งที่อนิเมะทำได้ดีก็คือ การนำเสนอภาพ “ประวัติศาสตร์สงคราม” ในยุคเซ็นโกคุ โดยเฉพาะยุทธการศึกเทนโช ที่โนบุนางะบุกโจมตีพวกนินจาอิงะ ไปจนถึงภาพความขัดแย้งระหว่างโนบุนางะและเหล่าบริวารส่วนใหญ่ที่ยังคงยึดถือคติเก่าของเหล่าซามูไร ซึ่งกลายเป็นชนวนความขัดแย้งที่ทำให้โนบุนางะถูกต่อต้านจากผู้คนทั่วไปในยุคนั้น โดยเรื่องราวในส่วนนี้จะถูกเล่าผ่านสายตาของยาสึเกะ ที่เป็นเสมือนพยานของประวัติศาสตร์การพยายามอธิบายสาเหตุว่าทำไม โนบุนางะ จึงถูกมิตสึฮิเดะ ทรยศที่วัดฮอนโนจิ โดยในอนิเมะตีความเรื่องความขัดแย้งทางความคิดของคนทั้งสอง

ที่โนบุนางะต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม ให้โอกาสผู้หญิงเช่นนัตสึมารุและคนนอกอย่างยาสึเกะให้ได้เป็นซามูไร ซึ่งปกติแล้วสงวนไว้ให้ผู้ชายญี่ปุ่นและมักต้องให้คนชั้นสูงเท่านั้น(ที่จริงแล้ว อนนะบูเกอิชา หรือ ซามูไรหญิง เป็นที่สิ่งที่มีมานานแล้วในสังคมญี่ปุ่น แม้ว่าจะมีคนที่ได้ตำแหน่งเหล่านี้ไม่มากนัก แต่หลายคนมีชื่อจารึกในประวัติศาสตร์)สำหรับประเด็นการแต่งตั้ง ยาสึเกะ ขึ้นมาเป็นซามูไร

ถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่แสดงความแหกคอกและฉีกกฎเกณฑ์ดั้งเดิมของโนบุนางะ ที่ไม่สนใจพื้นเพของยาสึเกะ แม้ว่าเขาจะเป็นชาวต่างชาติ เป็นคนผิวสีดำ และเป็นทาสรับใช้ของมิชชันนารี แต่เมื่อโนบุนางะชื่นชอบและเห็นว่าเป็นคนเก่งกล้า เขาก็พร้อมจะมอบตำแหน่ง และให้โอกาสเป็นนักรบ สร้างผลงานในสนามรบ ซึ่งในอนิเมะก็จะขับเน้นวิสัยทัศน์ตรงนี้ของโนบุนางะออกมาแต่อีกทางหนึ่ง ในอนิเมะก็นำเสนอเช่นกันว่าเรื่องนี้ทำให้มีหลายคนไม่พอใจโนบุนางะ นอกจากนี้โนบุนางะก็มีความโหดเหี้ยมในการสังหารศัตรู รวมถึงผู้หญิงและเด็ก ซึ่งทำให้ลูกน้องของเขาบางคนเองก็ไม่ชอบใจนัก