เอาจริง ๆ นะ ตอนเห็นชื่อเรื่อง The Girlfriend แวบแรกก็แอบนึกถึงละครหลังข่าวบ้านเราที่เน้นความแซ่บ ความดราม่าน้ำเน่า แต่พอได้ดูจริง ๆ ต้องบอกว่าหนังนี้มันไปไกลกว่าแค่ความ ‘น้ำเน่า’ ทั่วไป แต่มันคือ Soft Opera (ละครเพลงเบา ๆ แต่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก) ที่จัดจ้านและเข้มข้นจนแทบจะหยุดหายใจ ตั้งแต่ต้นจนจบเลยล่ะนี่ไม่ใช่แค่ศึกแย่งผู้ชายธรรมดา แต่เป็นการต่อสู้ทางจิตวิทยาที่พลิกผันไปมา ระหว่างผู้หญิงสองคนที่ต่างก็มี ‘ความปรารถนา’ และ ‘ความบ้าคลั่ง’ ในแบบของตัวเอง ซึ่งมีเดิมพันเป็น แดเนียล (แสดงโดย เจมส์ คอนดี-บราวน์), ลูกชายคนเดียวที่เป็นเหมือนศูนย์กลางจักรวาลของคนทั้งคู่

สองขั้วอำนาจที่ไม่มีใครยอมใครเรื่องราววนอยู่กับ ลอร่า (แสดงโดย โรบิน ไรท์ ที่ควบตำแหน่งผู้กำกับในบางตอนด้วย) แม่สุดหวงและทะเยอทะยาน ที่มีชีวิตสมบูรณ์แบบในคฤหาสน์หรูหรา เธอทุ่มเททุกอย่างให้กับลูกชายนักศึกษาแพทย์ที่กำลังจะเรียนจบอย่างแดเนียล ความสัมพันธ์ของคู่นี้มันเกินกว่าคำว่า ‘ผูกพัน’ แต่มันคือการ ‘พึ่งพา’ ที่แฝงไปด้วยความรู้สึกไม่ปกติบางอย่าง จนกระทั่ง…
เชอร์รี่ (แสดงโดย โอลิเวีย คุก) ได้ก้าวเข้ามาในชีวิตของแดเนียล เธอคือผู้หญิงที่มีเสน่ห์ล้นเหลือ ฉลาดแกมโกง และดูเหมือนจะมาจากชนชั้นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การปรากฏตัวของเชอร์รี่จึงเป็นเหมือนภัยคุกคามครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของลอร่า
ลอร่ามองว่าเชอร์รี่คือ ‘นักล่าทองคำ’ ที่หวังจะมาฉกฉวยลูกชายและสถานะทางสังคมของเธอไป ส่วนเชอร์รี่เองก็มองว่าลอร่าคือ ‘แม่หมี’ ที่คลั่งลูกชายจนเกินเหตุ และพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อทำลายความสุขของเธอดราม่าเข้มข้นที่ชวนให้ปวดหัวสิ่งที่ทำให้ “The Girlfriend” สนุกจนวางไม่ลง คือการที่บทละครไม่ได้ให้เราเห็นแค่ด้านเดียว แต่ค่อย ๆ เผยด้านมืดของตัวละครทั้งสองออกมาอย่างมีชั้นเชิง
ผู้ชมอย่างเราจึงเหมือนถูกพาไปนั่งรถไฟเหาะทางอารมณ์ ไม่มีใครดีสุดโต่ง ไม่มีใครเลวสุดขั้ว ความรู้สึกที่เรามีต่อตัวละครจึงสลับไปมา เดี๋ยวก็เข้าข้างลอร่า เดี๋ยวก็เห็นใจเชอร์รี่ ทุกอย่างดูเหมือนจะนำไปสู่ความหายนะ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องลุ้นว่า ‘ใครจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้?’
การแสดงที่ต้องปรบมือให้แน่นอนว่าแกนหลักของความสนุกคือการปะทะกันทางอารมณ์ของนักแสดงนำ โดยเฉพาะ โรบิน ไรท์ และ โอลิเวีย คุก ทั้งคู่รับ-ส่งบทบาทกันได้อย่างยอดเยี่ยมจนน่าขนลุก โรบิน ไรท์ สามารถแสดงออกถึงความห่วงใยที่กลายเป็นการครอบงำได้อย่างสมจริง ส่วนโอลิเวีย คุก ก็ถ่ายทอดความเป็นสาวน้อยที่ดูซับซ้อนและมีลับลมคมในได้อย่างน่าค้นหาฉากหลังที่เป็นคฤหาสน์หรูในอังกฤษ ภาพลักษณ์ที่ดูดีมีระดับ การจัดแสง สี และเพลงประกอบ ก็ช่วยเสริมให้บรรยากาศโดยรวมมีความตึงเครียดและชวนติดตามมากขึ้นไปอีก
บทสรุป หวง ลวง หลง เป็นซีรีส์แนวดราม่า-ระทึกขวัญ ที่อาจจะมีกลิ่นอายความเมโลดราม่าอยู่บ้าง แต่ความเข้มข้นของเนื้อเรื่องและการแสดงอันทรงพลังของนักแสดงนำ ก็ทำให้มันกลายเป็น Guilty Pleasure ที่คุ้มค่าแก่การดูจนจบ โดยเฉพาะใครที่ชอบหนังแนวสงครามจิตวิทยา ศึกแม่ผัวลูกสะใภ้ฉบับอัพเกรด ที่เต็มไปด้วยความวายป่วงและความบ้าคลั่ง รับรองว่าเรื่องนี้จะทำให้คุณจิกหมอนจนจบแน่นอน

