บทตัวร้ายช่างยากนัก เล่ม 1-2

บทตัวร้ายช่างยากนัก

บทตัวร้ายช่างยากนัก หากคุณกำลังมองหานิยายวายจีนโบราณแนวทะลุมิติที่อ่านแล้ววางไม่ลง ต้องขอยกให้ แ(The Scum Villain’s Self-Saving System) ผลงานระดับขึ้นหิ้งของอาจารย์ โม่เซียงถงซิ่ว (Mo Xiang Tong Xiu) ผู้เขียนคนเดียวกับ “ปรมาจารย์ลัทธิมาร” และ “สวรรค์ประทานพร” โดยในไทยลิขสิทธิ์เป็นของสำนักพิมพ์ Sense Bookวันนี้เราจะมารีวิวความสนุกของเล่ม 1 และ 2 ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย ฮา และดราม่าครบรสครับ


  • ชื่อเรื่อง: บทตัวร้ายช่างยากนัก (Ren Zha Fan Pai Zi Jiu Xi Tong)
  • ผู้แต่ง: โม่เซียงถงซิ่ว (Mo Xiang Tong Xiu)
  • สตูดิโอ/ภาพประกอบ: ทัดดาว (เวอร์ชันไทย)
  • ประเภท: Comedy, Drama, Xianxia, Danmei (BL)

เรื่องราวเริ่มต้นจาก “เสิ่นหยวน” หนุ่มนักอ่านผู้คอยตามด่าปลายนิ้วของนักเขียนนิยายฮาเร็มขยะอย่างเรื่อง “เส้นทางเทพปีศาจ” ที่เนื้อหาเน้นแต่ตบตีและเซอร์วิสผู้อ่านแบบไร้ตรรกะ จนกระทั่งเสิ่นหยวนสำลักซาลาเปาตายแล้ววิญญาณดันทะลุมิติเข้าไปอยู่ในร่างของ “เสิ่นชิงชิว” ตัวร้ายของเรื่องที่เป็นอาจารย์สารเลว คอยกลั่นแกล้งพระเอกอย่าง “ลั่วปิงเหอ” ปัญหาคือ ตามเนื้อเรื่องเดิม เสิ่นชิงชิวจะต้องถูกลั่วปิงเหอ (ในร่างจอมมาร) กลับมาแก้แค้นด้วยการตัดแขนตัดขาและทรมานจนตาย! เสิ่นหยวนในร่างใหม่จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อ “เอาตัวรอด” โดยมี “ระบบ” คอยควบคุมไม่ให้เขาทำตัวหลุดคาแรกเตอร์ (OOC) มากเกินไป แผนการประจบพระเอกแบบเนียนๆ จึงเริ่มต้นขึ้น


1. ความสัมพันธ์ระหว่าง “อาจารย์” และ “ลูกศิษย์”

ในเล่ม 1 เราจะเห็นความพยายามของเสิ่นชิงชิวที่พยายามเปลี่ยน “ลั่วปิงเหอ” จากเด็กน้อยผู้อ่อนน้อมให้กลายเป็นผู้เป็นคน โดยหวังว่าเมื่อพระเอกเก่งแล้วจะไว้ชีวิตตนเอง แต่ความใจดีที่เสิ่นชิงชิวเผลอมอบให้กลับกลายเป็นดาบสองคม เพราะมันทำให้ลั่วปิงเหอหลงรักและยึดติดกับอาจารย์คนนี้อย่างสุดหัวใจ จนกลายเป็นความรักที่ปนเปไปด้วยความหมกมุ่น

2. ระบบสุดกวนและความคอมเมดี้

จุดเด่นของเรื่องนี้คือ “ระบบ” ที่คอยขัดขวางไม่ให้เสิ่นชิงชิวทำดีกับพระเอกง่ายๆ และการบรรยายความในใจของเสิ่นชิงชิวที่มีความจิกกัดและทันสมัย (ตามสไตล์นักอ่านยุคปัจจุบัน) ทำให้เนื้อหาในช่วงแรกมีความตลกโปกฮา อ่านแล้วเบาสมอง

3. จุดเปลี่ยนสู่ความดราม่าในเล่ม 2

เมื่อเข้าสู่เล่ม 2 โทนเรื่องจะเริ่มเข้มข้นขึ้น เมื่อถึงจุดที่เสิ่นชิงชิว “จำเป็น” ต้องผลักลั่วปิงเหอลงสู่หุบเหวแห่งความตายตามเนื้อเรื่องเดิมเพื่อช่วยชีวิตอีกฝ่าย ฉากนี้คือจุดพีคที่บีบคั้นหัวใจคนอ่านมาก เพราะมันเปลี่ยนจากแนวฮาๆ กลายเป็นความแค้นและความเข้าใจผิดที่ฝังรากลึก เมื่อลั่วปิงเหอกลับมาจากนรกด้วยฐานะจอมมาร เขาไม่ใช่เด็กน้อยคนเดิมอีกต่อไป แต่เป็นชายหนุ่มที่พร้อมจะ “ขัง” อาจารย์ไว้กับตัวตลอดไป


“บทตัวร้ายช่างยากนัก” ไม่ใช่นิยายวายสายหวานทั่วไป แต่มันคือการสำรวจจิตวิทยาของตัวละครผ่านพล็อต “ทะลุมิติ” ที่ทำออกมาได้สมบูรณ์แบบ

  • เสน่ห์ของเสิ่นชิงชิว: เป็นตัวเอกที่ฉลาด แต่ชอบมโนไปเอง (Unreliable Narrator) ทำให้เราลุ้นว่าสิ่งที่เขาคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมันตรงกันไหม
  • พัฒนาการของลั่วปิงเหอ: จาก “ลูกหมา” ผู้น่าสงสาร กลายเป็น “หมาป่า” ผู้คลั่งรักและเจ้าคิดเจ้าแค้น เป็นพระเอกที่มีมิติสูงมาก
  • การวางปม: ผู้แต่งวางปมไว้ได้อย่างแนบเนียน ทั้งเรื่องความลับของสำนัก และที่มาที่ไปของระบบ ทำให้เราอยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วเสิ่นชิงชิวจะหนีพ้นความตายได้จริงหรือไม่

เล่ม 1-2 คือการปูพื้นฐานความสัมพันธ์ที่มั่นคงและพังทลายลงอย่างรวดเร็ว ใครที่ชอบแนวศิษย์คิดไม่ซื่อ หรือแนวที่นายเอกต้องแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าอยู่ตลอดเวลา รับรองว่าสนุกจนวางไม่ลงแน่นอนครับ งานเขียนของโม่เซียงถงซิ่วไม่เคยทำให้ผิดหวังในเรื่องของจังหวะการเล่าเรื่องที่กระชับและน่าติดตาม

คะแนนรีวิว: 9.5/10 (หักนิดหน่อยตรงที่อ่านแล้วอาจจะหยุดไม่ได้จนต้องรีบไปหาเล่ม 3 มาอ่านต่อทันที!)