ทอมกับเจอร์รี่ ยอดสายลับ การรวมตัวสุดวายป่วงของคู่หูคู่กัด และยอดสายลับ Jonny Quest!ถ้าถามถึงคู่หูที่เป็นตำนานที่สุดในโลกแอนิเมชัน คงไม่มีใครไม่นึกถึง “ทอมกับเจอร์รี่” แมวกับหนูที่วิ่งไล่กวดกันมาหลายสิบปี แต่ใครจะไปเชื่อว่าวันหนึ่งพวกเขาจะต้องพักยกการไล่จับกันเอง เพื่อไปทำภารกิจกู้โลก! ในภาพยนตร์แอนิเมชันตอนพิเศษ Tom and Jerry: Spy Quest (2015) หรือชื่อไทย “ทอมกับเจอร์รี่ ยอดสายลับ”
- สตูดิโอผู้สร้าง: Warner Bros. Animation
- ผู้กำกับ: Spike Brandt และ Tony Cervone
- แนวเกม: แอนิเมชัน / ผจญภัย / ตลก / แอ็กชัน
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ทอมและเจอร์รี่ บังเอิญไปพบกับ จอนนี่ เควสท์ (Jonny Quest) และเพื่อนคู่ใจอย่าง แฮดจิ (Hadji) รวมถึงสุนัขคู่ใจอย่าง แบนดิท (Bandit) ที่กำลังถูกเหล่าร้ายไล่ล่า จอนนี่ไม่ใช่เด็กธรรมดา แต่เขาเป็นลูกชายของดร.เบนตัน เควสท์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังที่กำลังครอบครองเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกอย่าง “เครื่องผลิตพลังงานสะอาด”
แต่ทว่า ดร.ซิน (Dr. Zin) ตัวร้ายตลอดกาลของตระกูลเควสท์ ได้ส่งกองทัพหุ่นยนต์แมวและสมุนวายร้ายมาชิงเทคโนโลยีนี้ไป แถมยังลักพาตัวดร.เบนตันไปอีกด้วย งานนี้ลำพังแค่ฝีมือสายลับรุ่นเยาว์อาจไม่พอ ทอมกับเจอร์รี่จึงต้องกระโดดเข้าร่วมทีม (แบบงงๆ) เพื่อใช้ทักษะความวุ่นวายเฉพาะตัวเข้าต่อกรกับเทคโนโลยีสุดล้ำและกอบกู้โลกไปพร้อมกัน!
1. การผสมผสาน 2 สไตล์แอนิเมชันเข้าด้วยกัน
ความเจ๋งของภาคนี้คือการนำ “ทอมกับเจอร์รี่” ที่เป็นแนวตลกเจ็บตัว (Slapstick Comedy) มาเจอกับ “Jonny Quest” แอนิเมชันแนวสายลับกึ่งไซไฟยุค 60s ผลที่ได้คือความแปลกใหม่ เราจะได้เห็นทอมกับเจอร์รี่ในลายเส้นที่ดูทันสมัยขึ้น แต่ยังคงความฮาแบบดั้งเดิม ท่ามกลางฉากแอ็กชันสายลับที่ดูจริงจังและตื่นเต้น
2. อุปกรณ์ไฮเทคฉบับสายลับ
เนื่องจากเป็นการรวมร่างกับ Jonny Quest เราจึงได้เห็นอุปกรณ์ไฮเทคมากมาย ทั้งไอพ่นติดหลัง, เรือดำน้ำ, และหุ่นยนต์แมวที่ดูน่ากลัวแต่ก็แอบตลก การที่ทอมพยายามจะใช้อุปกรณ์เหล่านี้แล้วเกิดความผิดพลาดตามสไตล์แมวขี้ซวย เป็นจุดที่เรียกเสียงหัวเราะได้ตลอดทั้งเรื่อง
3. เคมีของตัวละครที่คาดไม่ถึง
การได้เห็น “แบนดิท” สุนัขของจอนนี่ มาปฏิสัมพันธ์กับทอมและเจอร์รี่เป็นอะไรที่น่ารักมาก รวมถึงบทบาทของตัวร้ายอย่าง ดร.ซิน ที่ปกติดูเคร่งขรึม พอต้องมาเจอกับความเพี้ยนของทอมกับเจอร์รี่ ก็ทำให้ตัวหนังมีเสน่ห์แบบเบาสมองขึ้นมาทันที

● การคารวะแอนิเมชันยุคคลาสสิก (Nostalgia Trip)
สำหรับผู้ใหญ่ที่โตมากับ Hanna-Barbera การดูเรื่องนี้เหมือนได้ย้อนวัยครับ หนังเก็บรายละเอียดของ Jonny Quest มาครบถ้วน ทั้งเพลงประกอบที่คุ้นหู และบรรยากาศการผจญภัยแบบหนังสายลับยุคเก่า ในขณะที่เด็กๆ รุ่นใหม่ก็สนุกไปกับมุกตลกวิ่งไล่จับของทอมกับเจอร์รี่ได้อย่างไม่ขัดเขิน
● แอ็กชันที่เข้มข้นกว่าภาคปกติ
ปกติเราจะเห็นทอมกับเจอร์รี่วิ่งไล่กันในบ้านหรือสนามหญ้า แต่ภาคนี้สเกลใหญ่ขึ้นมาก! มีทั้งฉากไล่ล่าบนชายหาด, การบุกฐานทัพลับกลางภูเขาไฟ และการต่อสู้กับหุ่นยนต์ยักษ์ ทำให้มันดูเป็น “ภาพยนตร์” มากกว่าจะเป็นแค่การ์ตูนตอนสั้นๆ
● บทเรียนเรื่องความร่วมมือ (Teamwork)
แม้ทอมกับเจอร์รี่จะกัดกันแทบตาย แต่เมื่อถึงเวลาคับขัน พวกเขาก็แสดงให้เห็นว่าถ้าแมวกับหนูหันมาร่วมมือกันเมื่อไหร่ ไม่มีวายร้ายหน้าไหนจะรับมือได้ ความสัมพันธ์แบบ Love-Hate Relationship ของคู่นี้ยังคงเป็นหัวใจหลักที่ทำให้คนดูประทับใจเสมอ
Tom and Jerry: Spy Quest คือการพิสูจน์ว่าแบรนด์ทอมกับเจอร์รี่ยังคงแข็งแรงและปรับตัวได้กับทุกยุคทุกสมัย มันไม่ใช่แค่การ์ตูนไล่จับกันธรรมดา แต่มันคือการผจญภัยที่ครบรส ทั้งแอ็กชัน ตลก และไซไฟ
ถ้าคุณกำลังมองหาอะไรดูเพลินๆ ในช่วงวันหยุด ที่สามารถดูได้พร้อมกันทั้งครอบครัว หรืออยากจะเห็นทอมใส่ชุดสายลับสุดเท่ (ที่ใส่แล้วก็ยังซวยเหมือนเดิม) ภาคนี้คือคำตอบครับ!
คะแนนความสนุก: 8.5/10
(หักคะแนนตรงที่บางช่วงบทของสายลับอาจจะดูจริงจังไปนิดสำหรับเด็กเล็ก แต่ความฮาของทอมกับเจอร์รี่มาช่วยกู้สถานการณ์ไว้ได้เสมอ!)

