The Super Mario Galaxy Movie สุดปลายกาแล็กซียังมีครอบครัวรออยู่

The Super Mario Galaxy Movie

รีวิว: The Super Mario Galaxy Movie – สุดปลายกาแล็กซียังมีครอบครัวรออยู่การผจญภัยที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของคำว่า “เกม” สู่มหากาพย์แห่งดวงดาวหลังจากความสำเร็จถล่มทลายของ The Super Mario Bros. Movie ภาคแรกที่พาเราไปสำรวจอาณาจักรเห็ดกันจนทั่ว ครั้งนี้ Nintendo และ Illumination Entertainment กลับมาตอกย้ำความยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยการหยิบเอาภาคที่ถูกยกย่องว่า “ดีที่สุด” ตลอดกาลอย่าง Super Mario Galaxy มาเนรมิตให้กลายเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์ที่จะทำให้หัวใจของคุณพองโตเท่าดวงดาว


  • สตูดิโอผู้สร้าง: Illumination Entertainment ร่วมกับ Nintendo
  • ผู้กำกับ: Aaron Horvath และ Michael Jelenic
  • แนวภาพยนตร์: แอนิเมชัน / ผจญภัย / ไซไฟ-แฟนตาซี
  • ให้เสียงพากย์โดย: Chris Pratt (Mario), Anya Taylor-Joy (Peach), Jack Black (Bowser) และเปิดตัวตัวละครสำคัญ Rosalina

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในค่ำคืน “เทศกาลดวงดาว” (Star Festival) ที่อาณาจักรเห็ดกำลังเฉลิมฉลองการโคจรมาพบกันของดาวหางในรอบร้อยปี แต่แล้วความสงบสุขก็ถูกทำลายลงเมื่อ Bowser กลับมาพร้อมกับกองทัพขนาดมหึมาที่ไม่ได้หวังเพียงแค่ลักพาตัวเจ้าหญิง Peach แต่เขามีแผนการใหญ่กว่านั้น คือการสร้างอาณาจักรใหม่ในใจกลางจักรวาลโดยใช้พลังจาก Grand Stars

มาริโอถูกเหวี่ยงออกไปไกลแสนไกลจนถึงขอบจักรวาล ที่นั่นเขาได้พบกับ Rosalina ผู้พิทักษ์ดวงดาวลึกลับบนยาน “Comet Observatory” และเหล่า Luma สิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่มีรูปร่างเหมือนดวงดาว มาริโอต้องเรียนรู้ที่จะใช้พลังแห่งแรงโน้มถ่วงและออกเดินทางข้ามกาแล็กซีต่างๆ เพื่อรวบรวมพลังดาวกลับคืนมา โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการปกป้องครอบครัวและเพื่อนพ้องที่เขารัก ซึ่งรอคอยการกลับมาของเขาอยู่ที่ปลายทางของทางช้างเผือก


The Super Mario Galaxy Movie

1. งานภาพที่ทะลุขีดจำกัดของจินตนาการ

ถ้าคุณคิดว่าสีสันในภาคแรกสวยแล้ว ภาคนี้คือการยกระดับไปอีกขั้น ทีมงานสร้างสรรค์ดวงดาวหลากสีสัน (Galaxies) ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่ดวงดาวรูปผึ้งไปจนถึงสวนแก้วกลางอวกาศ แสงสีของเหลวและการเล่นกับแรงโน้มถ่วงในเรื่องนี้จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ในอวกาศจริงๆ

2. ปมครอบครัวที่ลึกซึ้งและกินใจ

ชื่อสร้อยของหนังที่ว่า “สุดปลายกาแล็กซียังมีครอบครัวรออยู่” ไม่ใช่แค่คำโปรยเก๋ๆ แต่มันคือหัวใจหลักของเรื่อง หนังพาเราไปสำรวจความรู้สึกของมาริโอที่ต้องห่างไกลจากหลุยจิและบ้านเกิด รวมถึงภูมิหลังอันแสนเศร้าแต่สวยงามของ Rosalina ที่จะทำให้ผู้ชมต้องเสียน้ำตาอย่างแน่นอน

3. ดนตรีประกอบระดับมาสเตอร์พีซ

เพลงประกอบในเวอร์ชันเกม Super Mario Galaxy ขึ้นชื่อว่าอลังการที่สุดด้วยวงออเคสตราเต็มรูปแบบ ในฉบับภาพยนตร์นี้ยังคงเอกลักษณ์นั้นไว้ พร้อมสอดแทรกทำนองที่คุ้นเคยในจังหวะที่ลงตัว ช่วยขับเน้นความรู้สึกของการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่และโดดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน


  • Rosalina: ตัวละครใหม่ที่จะคว้าหัวใจทุกคนการปรากฏตัวของ Rosalina ในภาคนี้ไม่ได้มาแค่ในฐานะผู้นำทาง แต่เธอคือตัวละครที่มีมิติมากที่สุดตัวหนึ่งในจักรวาลมาริโอ เรื่องราวของแม่บุญธรรมแห่งเหล่า Luma จะทำให้เราเห็นภาพรวมของจักรวาลกว้างขึ้น และความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับมาริโอก็ถูกเขียนออกมาได้อย่างอบอุ่น
  • แรงโน้มถ่วงที่เปลี่ยนโลกของการนำเสนอความสนุกของ Mario Galaxy คือการเล่นกับ “แรงโน้มถ่วง” ในหนังเราจะได้เห็นฉากแอ็กชันที่มาริโอต้องวิ่งกลับหัว หรือกระโดดข้ามระหว่างดาวดวงเล็กๆ ซึ่งทีม Illumination ทำออกมาได้ลื่นไหลและตื่นตาตื่นใจมาก เป็นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีในแอนิเมชันเรื่องไหนมาก่อน
  • เหล่า Luma: ความน่ารักที่มาพร้อมความกล้าหาญเจ้าดาวน้อย Luma ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก (ที่จะกลายเป็นสินค้ายอดฮิตแน่นอน) แต่พวกมันคือตัวแทนของความเสียสละและการเติบโต บทบาทของพวกมันในเรื่องจะแสดงให้เห็นว่า แม้จะเป็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ แต่ถ้ามีความเชื่อมั่น ก็สามารถส่องแสงสว่างไปได้ทั่วจักรวาล

The Super Mario Galaxy Movie

ไม่ใช่แค่หนังแอนิเมชันสำหรับเด็ก แต่มันคือจดหมายรักถึงความหวังและการเดินทางเพื่อกลับไปหาคนที่เรารัก แม้ระยะทางจะห่างไกลเป็นล้านปีแสง แต่ความผูกพันคือ “แรงโน้มถ่วง” ที่ดึงดูดเราให้กลับมาเจอกันเสมอหากคุณมองหาภาพยนตร์ที่ครบเครื่องทั้งความสนุก งานภาพระดับโลก และเนื้อหาที่จับใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเกมตัวยงหรือคนที่ไม่เคยจับจอยสติ๊กมาก่อน หนังเรื่องนี้จะพาคุณไปสัมผัสกับความมหัศจรรย์ที่อยู่เหนือท้องฟ้าขึ้นไป… แล้วคุณจะพบว่า สุดปลายกาแล็กซีนั้น ไม่เคยอ้างว้างอย่างที่คิด