Given: Uragawa no Sonzai

Given Uragawa no Sonzai

รีวิว Given: Uragawa no Sonzai อนิเมะมูฟวี่/โอวีเอที่จะทำให้คุณตับพังและอบอุ่นหัวใจไปพร้อมกัน!ถ้าคุณคือหนึ่งคนที่เคยเสียน้ำตาและหลงรักในเสียงดนตรีของอนิเมะซีรีส์วายขึ้นหิ้งอย่าง Given บอกเลยว่าคุณห้ามพลาดบทพิสูจน์ความรักและความเจ็บปวดในตอนพิเศษอย่างเด็ดขาด! เพราะนี่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะมาเติมเต็มเรื่องราวที่เราอาจจะมองข้ามไปในช่วงเวลาของมูฟวี่หลัก วันนี้เราจะพาทุกคนดำดิ่งไปสู่อีกด้านของความรู้สึกของเหล่าตัวละครที่ทั้งขม ทั้งหวาน แต่กลมกล่อมจนหยุดดูไม่ได้


ก่อนจะไปเจาะลึกความฟินและ ความหน่วง เรามาทำความรู้จักกับทีมผู้สร้างที่อยู่เบื้องหลังผลงานชิ้นนี้กันก่อนครับ

  • ผู้แต่งต้นฉบับ: นัตสึกิ คิซุ (Natsuki Kizu) อาจารย์ผู้เนรมิตลายเส้นสุดละมุนและเนื้อเรื่องที่บีบหัวใจได้อย่างมีชั้นเชิง
  • สตูดิโอผู้สร้าง: Lerche สตูดิโอฝีมือดีที่เคยฝากผลงานปังๆ ไว้มากมาย (รวมถึง Given ซีรีส์หลักด้วย) ทำให้เรามั่นใจได้เลยในเรื่องของงานภาพ แสงเงา และมู้ดแอนด์โทนที่ยังคงรักษามาตรฐานความละมุนไว้ได้เป็นอย่างดี
  • รูปแบบ: OVA / ตอนพิเศษ (ความยาวประมาณ 22 นาที) ที่ขยายความจากฉบับมังงะเล่มที่ 7

เนื้อหาในจะดำเนินเรื่องราวควบคู่ไปกับช่วงเวลาในภาพยนตร์ Given Movie (2020) ซึ่งเป็นช่วงที่ความสัมพันธ์ของฝั่งรุ่นใหญ่อย่างและอุเก็ตสึ กำลังดราม่าถึงขีดสุด

แต่ในตอนพิเศษนี้ โฟกัสจะย้อนกลับมาที่ฝั่งของรุ่นเล็กอย่าง มาฟุยุ และ อุเอะโนยามะ ในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังเตรียมตัวเข้าสู่การประกวดดนตรีครั้งใหญ่ ทว่า… ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับเริ่มมีระยะห่างอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมาฟุยุเริ่มเกิดอาการ “ตื้อ” และสับสนในใจเกี่ยวกับอนาคตของวงและบาดแผลในอดีต ในขณะที่อุเอะโนยามะก็พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำความเข้าใจและเอื้อมมือไปให้ถึงส่วนที่ลึกที่สุดในใจของมาฟุยุ ผ่านการช่วยเหลืออุเก็ตสึในการทำเพลง

“มันคือเรื่องราวของช่องว่างระหว่างคนที่อยากปกป้อง กับคนที่ยังก้าวข้ามอดีตไม่ได้”


Given Uragawa no Sonzai

1. เติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไปจากเวอร์ชันมูฟวี่

หลายคนที่ดูเวอร์ชันมูฟวี่หลักอาจจะรู้สึกว่า “เอ๊ะ? ทำไมบทของมาฟุยุกับอุเอะโนยามะมันดูน้อยจัง” ตอนพิเศษนี้คือคำตอบครับ! มันเข้ามาทำหน้าที่อุดรอยรั่วของเวลา ทำให้เราเข้าใจว่าในขณะที่พวกฮารุกิกำลังเคลียร์ปัญหารักสามเส้า ฝั่งเด็กมัธยมสองคนนี้เขาก็กำลังเผชิญหน้ากับกำแพงความเงียบที่อึดอัดไม่แพ้กันเลย

2. มิติตัวละครที่เติบโตขึ้น (และน่าเอาใจช่วยมากกว่าเดิม)

เราจะได้เห็นมุมมองของที่โตขึ้นมาก เขาไม่ใช่แค่เด็กหนุ่มที่เล่นดนตรีไปวันๆ แต่เขาคือคนที่พยายามจะ “แบกรับ” อดีตของคนที่ตัวเองรัก ส่วนมาฟุยุเอง การแสดงออกถึงความกลัว ความลังเลที่จะก้าวไปข้างหน้า มันสะท้อนใจคนดูได้อย่างรุนแรง ทำให้เราไม่ได้รู้สึกว่าเขางี่เง่า แต่กลับอยากเข้าไปกอดปลอบซะมากกว่า

3. งานภาพ แสง และ “ภาษากาย” ที่สื่อสารแทนคำพูด

สตูดิโอ Lerche ยังคงท็อปฟอร์มในการใช้ แสงเงา เพื่อบอกเล่าอารมณ์ ฉากในห้องซ้อมที่มืดสลัว หรือฉากเดินสวนกันในโรงเรียนที่ใช้มุมกล้องแสดงความห่างเหิน มันทรงพลังมากจนบางครั้งตัวละครไม่ต้องพูดอะไรสักคำ แต่คนดูอย่างเรากลับรู้สึกจุกในอกตามไปด้วย

4. บทเพลงที่เป็นมากกว่าแค่ดนตรีประกอบ

ขึ้นชื่อว่า Given สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ “เพลง” ในตอนนี้เราจะได้เห็นเบื้องหลังการเค้นความรู้สึกเพื่อสร้างสรรค์ผลงานเพลงใหม่ ดนตรีในตอนนี้ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ความบันเทิง แต่เป็นสะพานเชื่อมความรู้สึกที่พังทลายของพวกเขาทั้งสองคนให้กลับมาประกบกันอีกครั้ง


สำหรับคะแนนของตอนพิเศษนี้ เอาไปเลย 9/10 คะแนน! มันเป็น 22 นาทีที่คุ้มค่าและเต็มอิ่มมากๆ สำหรับแฟนการ์ตูนเรื่องนี้ แม้เนื้อหาจะมีความหน่วงตามสไตล์ดราม่าของ Given แต่สิ่งที่ทำให้เราชอบมากๆ คือ “ความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ใต้ความเจ็บปวด”

มันแสดงให้เห็นว่าความรักไม่ใช่แค่การบอกรักหรืออยู่ด้วยกันในวันที่พ้นทุกข์ แต่คือการยอมรับที่จะเจ็บปวดไปพร้อมกับอีกฝ่ายในวันที่เขาฟื้นตัวไม่ไหว ใครที่กำลังมองหาอนิเมะโรแมนติก-ดราม่า ที่เน้นความสัมพันธ์ที่สมจริง มีมิติ และมีดนตรีเพราะๆ ช่วยฮีลใจ (ผสมตับพังนิดๆ) แนะนำว่าต้องไปหามาดูให้ได้ครับ!


เพื่อนๆ ดูแล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้าง?

ชอบพาร์ทของมาฟุยุหรือเอาใจช่วยอุเอะโนยามะมากกว่ากัน? ลองมาคอมเมนต์คุยกันด้านล่างนี้ได้เลยนะคร้าบ!