ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขปลายปีถ้าหากว่าคุณยังไม่เบื่อหน่ายและเอียนไปกับคอนเทนท์มิวสิคัลร้องรำทำเพลงอันเป็นเอกลักษณ์ของช่วงเวลานี้ก็น่าจะเพลิดเพลินไปกับแอนิเมชันฟอร์มดีและเป็นเรือธงของเน็ตฟลิกซ์อีกเรื่องในปีนี้ อย่าง Spellbound ที่เป็นการดึงตัวผู้กำกับหนังการ์ตูนสุดปังกลับมาจับงานสร้างที่เคยถนัดและสร้างชื่อให้กับเธอในเครดิตนักสร้างหนัง ผจญภัยแดนต้องสาปว่าด้วยจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ของเจ้าหญิงน้อย เอลเลียนแห่งอาณาจักรลัมเบรียที่เธอต้องเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ เนื่องจากพระราชาและพระราชินีได้ต้องคำสาปหลังจากเสด็จพระราชดำเนินไปยังดินแดนป่าลึกลับที่แปรเปลี่ยนพระองค์ทั้งสองกลายร่างกลายเป็นอสูรสัตว์ประหลาดทำให้เจ้าหญิงน้อยต้องปกปิดความจริงนี้กับพสกนิกรพร้อมกับหาทางในการคลายคำสาป ก่อนที่เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ของเจ้าหญิงจะกลายเป็นอสุรกายไปตลอดกาล
วิคกี้ เจนสันผู้กำกับหญิงที่หลายคนอาจจะลืมชื่อเธอไปแล้วแต่เธอคนนี้ก็คือผู้ที่ปลุกปั้นสร้างแอนิเมชันShrekภาคแรกในดังเปรี้ยงและกลายเป็นแฟรนไชส์การ์ตูนที่ประสบความสำเร็จมากและSpellboundกลายเป็นหนัง การ์ตูน เรื่องแรกในรอบ 20 ปีเต็มไปของเธอนับตั้งแต่หนังฉลามผจญภัยอย่าง Shark Tale ที่เธอไม่ได้หวนกลับมาหยิบจับงานสร้างแอนิเมชันอีกเลยในผลงานเรื่องนี้เธอยังคงรับหน้าที่ร่วมออกแบบสตอรี่ของหนังแล้วมอบหมายให้”ลอเรน ไฮเน็ค”กับ”อลิซาเบธ มาร์ติน” จากMulanเวอร์ชันคนแสดงของดิสนีย์มารับหน้าที่เขียนบทหนังให้แม้ว่าโครงสร้างและพล็อตหนังจะไม่ได้แปลกใหม่อะไรเลยแค่การผจญภัยออกไปตามหาการปลดล็อกคำสาปที่แสนจะพล็อตสุดซ้ำซากแต่ ผจญภัยแดนต้องสาป ก็เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าประทับใจไปตลอดทั้งเรื่องถึงบทจะไม่ได้แข็งแรงมากนัก
หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นการรวมตัวและรวมทีมนักแอนิเมเตอร์ปังๆเอาไว้ไม่ว่าจะเป็น “เบร็ตต์ ไนสทูล”ที่มารับหน้าที่เป็นหัวหน้าแผนกโปรดักชันดีไซน์การ์ตูนเรื่องนี้เขาได้งัดเอาประสบการณ์ในวงการนี้กว่า20ปีมาใช้ได้อย่างตื่นตาตื่นตางานสร้างออกมาค่อนข้างน่าพอใจเพียงแค่มีทุนสนับสนุนที่มากเพียงพองานก็จะละเอียดและพิถีพิถันได้อย่างชวนชม ลงดีเทลยิบย่อยไปจนถึงรายละเอียดของเส้นขนเลย

