รีวิวซีรีส์ The Girlfriend หวง ลวง หลง สงครามทะเยอทะยาน ศึกสาหัส(ว่าที่)แม่ผัวกับ(ว่าที่)สะใภ้

The Girlfriend
The Girlfriend

ถ้าหากว่า ละครไทย เคยมีตำนานคอนเทนท์ อย่าง สะใภ้ทอร์นาโดที่เป็นการเปิดศึกกระทบกระทั่งระหว่างแม่ผัวกับลูกสะใภ้ คิดว่าซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุดจาก Prime Video ก็น่าจะถูกใจและเข้าถึงคนดูคนไทยได้สบาย ๆ เพราะว่า The Girlfriend หวง ลวง หลง เป็นซีรีส์แนวเฉือนคมแฝงปมความแอบจิตหน่อยๆ กับสงครามประสาทระหว่างผู้หญิง 2 คน 2 รุ่น ที่ต่างหวงแหนและหลงใหลในสิ่งอันเป็นที่ปรารถนาสิ่งเดียวกัน

ซีรีส์ The Girlfriend เรื่องนี้ดัดแปลงสร้างมาจากนิยายชื่อเดียวกันของมิเชลล์ ฟรานเซส เรื่องราวของ ลอร่า ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะมีทุกอย่างพร้อมสมบูรณ์แบบทั้งอาชีพการงานที่รุ่งโรจน์ สามีที่รัก และลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่าง แดเนียล แต่ชีวิตที่แสนสมบูรณ์นั้นเริ่มสั่นคลอนเมื่อแดเนียลพาเชอร์รีแฟนสาวคนใหม่เข้ามาในบ้าน และเธอคือผู้ที่จะเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล หลังการพบกันครั้งแรกที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ลอร่าก็เริ่มมั่นใจว่าเชอร์รีปกปิดบางอย่างไว้ เธอเป็นผู้หญิงมากเล่ห์ที่หวังจะไต่เต้าทางสังคม หรือจริง ๆ แล้วลอร่ากำลังคิดมากเกินไปกันแน่? ความจริงขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน

หวง ลวง หลง เป็นซีรีส์ที่ได้ดาราเจ้าบทบาทโรบิน ไรต์มารับหน้าที่ ร่วมอำนวยการสร้างและยังช่วยกำกับซีรีส์ครึ่งแรกในเรื่องนี้อีกด้วย พ่วงกับตำแหน่งแสดงนำในเรื่องนี้ โดยที่มี นาโอมิ เชลดอน กับแกบบี้ แอชเชอร์ มาช่วยผนึกกำลังขัดเกลาบทหนังให้มีความแซ่บยิ่งขึ้น สำหรับฉบับลิมิเตดซีรีส์เรื่องนี้ ภายใต้การดูแลโดย แคโรไลน์ นอร์ริส ผู้จัดซีรีส์ชื่อดังจากซีรีส์ Goldie’s Oldies เอาจริง ๆ พล็อตเรื่องและบทซีรีส์ในค่อนข้างเมโลดรามากลิ่นอายน้ำเน่าแบบละครหลังข่าวบ้านเราอะไรทำนอง อาจจะใส่ลูกบ้าและความเป็นซอฟต์โอเปร่าเกินเบอร์ไปนิด แต่ความจัดจ้านและประเด็นในเรื่องนี้ก็ค่อนข้างชัดเจนอย่างตรงไปตรงมา

ถึงจะยังคงเป็นพล็อตแย่งชิงผู้ชาย แต่เปลี่ยนตัวละครเป็นศึกระหว่างว่าที่แม่ผัวกับว่าที่ลูกสะใภ้ที่เป็นเกมของผู้หญิงที่ไปได้สุด ทำได้สุด ใส่ความทะเยอทะยานและเลห์มารยาเข้าไปได้ไม่เยอะไปแต่ก็ไม่น้อยเกินไปเช่นกันวิธีการเล่าเรื่องในซีรีส์เรื่องนี้แทบไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย แต่อาจจะไม่ค่อยลื่นไหลมากเท่าไหร่ เพราะซีรีส์ใช้ชีวิตการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของคาแรกเตอร์ผู้หญิง 2 คนหลัก ๆ อย่าง ลอร่า กับ เชอร์รี ที่จะเป็นสลับสับเปลี่ยนไปมาระหว่างเส้นทางและแนวคิดของพวกเธอทั้งคู่ ทำให้คนดูได้สำเร็จถึงแนวคิดและห้วงอารมณ์ ณ โมเมนต์ต่างๆ

ที่เป็นการอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้กระจ่างว่าเพราะอะไรเธอแต่คนละถึง ตัดสินใจทำอะไรเช่นนั้น และต้องเผชิญหน้ากับผลแห่งการกระทำนั้น ซึ่งเป็นลีลาการเล่าที่ชวนทำให้เพลิดเพลินดี แต่ในท้ายที่สุดกลับไม่มีใครเป็นผู้ชนะในเกมนี้ และผลแห่งกรรมก็ไปตกอยู่ที่…โรบิน ไรต์ ที่แม้ว่าจะแบกรับหลากหลายหน้าที่ในซีรีส์เรื่องนี้ แต่เธอก็เอาอยู่ได้สุดทุกบทบาทในผลงานชิ้นนี้ ในพาร์ทการแสดงของเธอก็สมกับเป็นมืออาชีพ ตัวแม่ตัวมัมที่อยู่คู่วงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน แม้ว่าจะต้องงัดพลังทางการแสดงแบบเล่นใหญ่ออกมานิด ๆ แต่ก็ยังไม่ทิ้งวิธีการแสดงแบบเรียบเชียบที่คมกริบได้อย่างสุดเฉียบ

ในขณะที่ โอลิเวีย คุก เป็นอีกครั้งที่เธอได้ทำการชาเลนจ์ทางการแสดงของตัวเองอีกครั้งถึงแม้ว่าบทมันจะค่อนข้างน้ำเน่า และแอบใส่ความจิตเบา ๆ แบบไร้ชั้นเชิงไปนิด แต่เธอก็สามารถรับมือกับบทบาทนี้ได้อย่างมั่นคงไม่จมไม่หายยิ่งต้องมาประชันหน้ากับดารารุ่นพี่ กลายเป็นส่งเสริม ระเบิดพลังทางการ ที่เปี่ยมล้น นับว่าเป็นการคืนกำไรให้กับผู้ชมได้เป็นมั่นเป็นเหมาะ กลายเป็นซีรีส์สั้น ๆ แค่ 6 ตอน ที่จัดจ้านกำลังพอดีในทุกสถานการณ์